Categories
โยชูวา

โยชูวา 11

พิชิตดินแดนทางเหนือ

1 เมื่อกษัตริย์ยาบินแห่งฮาโซร์ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ส่งข่าวไปยังกษัตริย์โยบับแห่งมาโดน กษัตริย์แห่งชิมโรน กษัตริย์แห่งอัคชาฟ

2 และกษัตริย์ทั้งหลายในแถบภูเขาทางเหนือในอาราบาห์ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของคินเนเรท ในเชิงเขาทางตะวันตก และในนาโฟทโดร์ทางตะวันตก

3 ชาวคานาอันทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก ชาวอาโมไรต์ ชาวฮิตไทต์ ชาวเปริสซี ชาวเยบุสในแดนเทือกเขา ชาวฮีไวต์ที่เชิงเขาเฮอร์โมนในดินแดนมิสปาห์

4 พวกเขายกทัพมาพร้อมกับไพร่พลทั้งหมด พร้อมทั้งม้าและรถม้าศึกจำนวนมหาศาลเหมือนทรายที่ชายทะเล

5 กษัตริย์ทั้งหมดนี้รวมกำลังกัน และมาตั้งค่ายอยู่ที่ลำห้วยเมโรม เพื่อจะสู้รบกับอิสราเอล

6 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า “อย่ากลัวพวกเขาเลย เพราะวันพรุ่งนี้เวลาเดียวกัน เราจะมอบพวกเขาให้อิสราเอลประหาร จงตัดเอ็นน่องม้าและเผารถม้าศึกของพวกเขา”

7 ดังนั้นโยชูวากับกองทัพทั้งหมดจึงยกทัพมาถึงลำห้วยเมโรมและรุกเข้าโจมตีทันที

8 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบพวกเขาไว้ในมืออิสราเอลซึ่งรุกไล่พวกเขาไปไกลถึงไซดอนใหญ่และมิสเรโฟทมาอิม ไปทางตะวันออกสู่หุบเขามิสปาห์ จนกระทั่งไม่มีศัตรูเหลือรอดสักคนเดียว

9 โยชูวาก็ทำตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าเขาตัดเอ็นน่องม้าและเผารถม้าศึก

10 ครั้งนั้นโยชูวาได้วกกลับมายึดเมืองฮาโซร์และฆ่ากษัตริย์ของเมืองนั้นด้วยดาบ (ฮาโซร์เคยเป็นเมืองเอกของอาณาจักรเหล่านั้น)

11 ทุกคนในเมืองนั้นถูกฆ่าตายด้วยดาบ อิสราเอลทำลายพวกเขาหมดสิ้น ไม่มีสักชีวิตเหลือรอดอยู่ แล้วเขาก็เผาเมืองฮาโซร์

12 แล้วโยชูวาเข้าโจมตีและทำลายล้างนครต่างๆ กษัตริย์ทั้งหลายกับชาวเมืองทั้งปวงถูกทำลายหมดสิ้น ตามที่โมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งไว้

13 อย่างไรก็ตามอิสราเอลไม่ได้เผาเมืองใดวอดวายเป็นเถ้าถ่าน ยกเว้นเมืองฮาโซร์ซึ่งโยชูวาได้เผาทำลาย

14 ชาวอิสราเอลริบข้าวของและฝูงสัตว์ในเมืองปรักหักพังเหล่านั้นไว้เป็นของตน แต่ฆ่าฟันชาวเมืองทั้งหมด ไม่มีสักชีวิตเหลือรอดอยู่

15 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ไว้อย่างไร โมเสสก็สั่งโยชูวา และโยชูวาก็ปฏิบัติตามครบถ้วนทุกประการตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสสไว้อย่างนั้น

16 เป็นอันว่าโยชูวาพิชิตดินแดนทั้งหมด คือแถบเทือกเขาเนเกบทั้งหมด ดินแดนโกเชนทั้งหมด เชิงเขาด้านตะวันตก อาราบาห์ เนินเขาและเชิงเขาของอิสราเอล

17 จากภูเขาฮาลักซึ่งขึ้นตรงไปยังเสอีร์ ไปถึงบาอัลกาดในหุบเขาเลบานอนตรงเชิงเขาเฮอร์โมน โยชูวาจับกุมและประหารกษัตริย์ทั้งปวงของดินแดนเหล่านั้น

18 โยชูวาสู้รบตบมือกับกษัตริย์เหล่านี้อยู่นาน

19 ไม่มีเมืองใดทำสัญญาไมตรีกับอิสราเอลยกเว้นชาวฮีไวต์ที่อาศัยในกิเบโอน เมืองอื่นๆ ล้วนถูกยึดครอง และพ่ายแพ้ในการรบ

20 เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าเองทรงให้กษัตริย์เหล่านั้นมีใจแข็งกระด้าง คิดจะสู้รบกับอิสราเอล เพื่อพระองค์จะทรงทำลายล้างพวกเขาจนหมดสิ้นโดยปราศจากความเมตตาตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสสไว้

21 ครั้งนั้นโยชูวาออกไปทำลายมนุษย์ยักษ์อานาคซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนเทือกเขาจากเฮโบรน เดบีร์ และอานาบ จากดินแดนเทือกเขาทั้งหมดของยูดาห์และอิสราเอล โยชูวาได้ทำลายล้างพวกเขาและเมืองของพวกเขาจนหมดสิ้น

22 ไม่มีชาวอานาคหลงเหลืออยู่ในแดนอิสราเอล แต่มีหลงเหลืออยู่บ้างในกาซากัทและอัชโดด

23 เป็นอันว่าโยชูวายึดดินแดนทั้งหมดได้ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสสไว้ และเขาได้มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชนอิสราเอลตามแต่ละเผ่า แล้วแผ่นดินนั้นก็สงบว่างเว้นจากสงคราม

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/11-b5e8ddca1695ac0189d81c40d4523af0.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 12

กษัตริย์ทั้งหลายซึ่งถูกอิสราเอลพิชิต

1 กษัตริย์ของเมืองทั้งหลายทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งถูกอิสราเอลทำลายและเข้าครอบครอง ตั้งแต่โกรกธารอารโนนจดภูเขาเฮอร์โมน รวมแถบตะวันออกทั้งหมดของอาราบาห์ ได้แก่

2 กษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์ผู้ครอบครองในเฮชโบน ดินแดนของเขาจากอาโรเออร์ซึ่งอยู่ริมโกรกธารอารโนน คือจากตอนกลางของโกรกธารนี้ไปจดแม่น้ำยับบอก ซึ่งเป็นพรมแดนของชาวอัมโมน ครอบคลุมอาณาเขตครึ่งหนึ่งของกิเลอาด

3 และอาราบาห์ตะวันออกจากทะเลคินเนเรทถึงทะเลอาราบาห์ (ทะเลเกลือ) ถึงเบธเยชิโมทและด้านใต้ไปถึงลาดเขาปิสกาห์

4 และดินแดนของกษัตริย์โอกแห่งบาชานซึ่งเป็นหนึ่งในเรฟาอิมกลุ่มสุดท้าย ครอบครองอยู่ที่อัชทาโรทและเอเดรอี

5 เขาครอบครองภูเขาเฮอร์โมน สาเลคาห์ บาชานทั้งหมด จนถึงชายแดนของชาวเกชูร์และมาอาคาห์ และอีกครึ่งหนึ่งของกิเลอาดจนถึงพรมแดนของกษัตริย์สิโหนแห่งเฮชโบน

6 โมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและชนอิสราเอลพิชิตพวกเขา และโมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามอบดินแดนนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่ารูเบน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า

7 ต่อไปนี้คือรายชื่อกษัตริย์ทั้งหลายซึ่งโยชูวากับชนอิสราเอลพิชิตทางฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน จากบาอัลกาดในหุบเขาเลบานอนจดภูเขาฮาลัก เรื่อยไปจนถึงเสอีร์ (โยชูวายกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอิสราเอลเผ่าต่างๆ ตามแต่ละเผ่า คือ

8 แถบเทือกเขา แถบเชิงเขาตะวันตก อาราบาห์ ลาดเขา ถิ่นกันดารและเนเกบ เป็นดินแดนของชาวฮิตไทต์ ชาวอาโมไรต์ ชาวคานาอัน ชาวเปริสซี ชาวฮีไวต์ และชาวเยบุส) ได้แก่

9 กษัตริย์แห่งเยรีโค หนึ่ง
กษัตริย์แห่งอัย (ใกล้เบธเอล) หนึ่ง
10 กษัตริย์แห่งเยรูซาเล็ม หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเฮโบรน หนึ่ง
11 กษัตริย์แห่งยารมูท หนึ่ง
กษัตริย์แห่งลาคีช หนึ่ง
12 กษัตริย์แห่งเอกโลน หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเกเซอร์ หนึ่ง
13 กษัตริย์แห่งเดบีร์ หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเกเดอร์ หนึ่ง
14 กษัตริย์แห่งโฮรมาห์ หนึ่ง
กษัตริย์แห่งอาราด หนึ่ง
15 กษัตริย์แห่งลิบนาห์ หนึ่ง
กษัตริย์แห่งอดุลลัม หนึ่ง
16 กษัตริย์แห่งมักเคดาห์ หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเบธเอล หนึ่ง
17 กษัตริย์แห่งทัปปูวาห์ หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเฮเฟอร์ หนึ่ง
18 กษัตริย์แห่งอาเฟค หนึ่ง
กษัตริย์แห่งลาชาโรน หนึ่ง
19 กษัตริย์แห่งมาโดน หนึ่ง
กษัตริย์แห่งฮาโซร์ หนึ่ง
20 กษัตริย์แห่งชิมโรนเมโรน หนึ่ง
กษัตริย์แห่งอัคชาฟ หนึ่ง
21 กษัตริย์แห่งทาอานาค หนึ่ง
กษัตริย์แห่งเมกิดโด หนึ่ง
22 กษัตริย์แห่งเคเดช หนึ่ง
กษัตริย์แห่งโยกเนอัมในคารเมล หนึ่ง
23 กษัตริย์แห่งโดร์ (ในนาโฟทโดร์) หนึ่ง
กษัตริย์แห่งโกยิมในกิลกาล หนึ่ง
24 กษัตริย์แห่งทีรซาห์ หนึ่ง
รวมกษัตริย์ทั้งหมด 31 องค์

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/12-2334946d549be9d4f91e37897ff28195.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 13

ดินแดนที่ยังต้องเข้ายึดครอง

1 เมื่อโยชูวาแก่ลง ผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า “เจ้าแก่มากแล้ว และยังมีดินแดนอีกมากที่จะต้องพิชิต

2 “ดินแดนซึ่งยังจะต้องเข้ายึดครองได้แก่ ดินแดนทั้งหมดของชาวฟีลิสเตียและเกชูร์

3 ดินแดนซึ่งนับเป็นของชาวคานาอัน จากแม่น้ำชิโหร์ทางตะวันออกของอียิปต์ถึงพรมแดนของเอโครนทางเหนือ (นครทั้งห้าของฟีลิสเตียได้แก่ กาซา อัชโดด อัชเคโลน กัท และเอโครน นี่คือดินแดนของชาวอัฟวิม)

4 จากทางใต้ ดินแดนทั้งหมดของชาวคานาอัน จากอาราห์ของชาวไซดอนจนถึงอาเฟค ตรงพรมแดนของชาวอาโมไรต์

5 ดินแดนของชาวเกบาลเลบานอนทั้งหมดไปทางตะวันออก จากบาอัลกาดเชิงภูเขาเฮอร์โมนถึงเลโบฮามัท

6 “สำหรับคนที่อาศัยในเขตภูเขาจากเลบานอนถึงมิสเรโฟทมาอิมคือชาวไซดอนทั้งปวง เราเองจะขับไล่พวกเขาออกไปต่อหน้าอิสราเอล จงแบ่งดินแดนเหล่านี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอิสราเอลตามที่เราได้บัญชาเจ้าไว้

7 และแบ่งดินแดนเหล่านี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเก้าเผ่ากับเผ่ามนัสเสห์อีกครึ่งเผ่า”

การแบ่งดินแดนทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน

8 สำหรับเผ่ารูเบน กาด และเผ่ามนัสเสห์อีกครึ่งเผ่าได้รับกรรมสิทธิ์ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ยกให้ก่อนแล้ว

9 กรรมสิทธิ์นั้นเริ่มจากดินแดนอาโรเออร์ริมโกรกธารอารโนน จากเมืองซึ่งอยู่ตอนกลางของโกรกธารนี้รวมถึงที่ราบสูงเมเดบาทั้งหมดจนถึงดีโบน

10 และเมืองทั้งหมดของสิโหนกษัตริย์ชาวอาโมไรต์ซึ่งครองเฮชโบนไปจนจดพรมแดนของชาวอัมโมน

11 และครอบคลุมกิเลอาดอาณาเขตของชาวเกชูร์และชาวมาอาคาห์ บริเวณภูเขาเฮอร์โมนทั้งหมด บาชานทั้งหมดจนจดสาเลคาห์

12 กล่าวคืออาณาเขตทั้งสิ้นของกษัตริย์โอกแห่งบาชาน ซึ่งครองอัชทาโรทและเอเดรอี เขาผู้นี้เป็นหนึ่งในเรฟาอิมกลุ่มสุดท้าย โมเสสพิชิตพวกเขาและเข้ายึดครองดินแดน

13 แต่ชนอิสราเอลไม่ได้ขับไล่ชาวเกชูร์และชาวมาอาคาห์ออกไป พวกเขาจึงยังคงอาศัยอยู่ในหมู่ชนอิสราเอลจนถึงทุกวันนี้

14 สำหรับเผ่าเลวี โมเสสไม่ได้มอบดินแดนใดๆ ให้ เพราะพวกเขาได้รับเครื่องบูชาด้วยไฟที่ถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลเป็นกรรมสิทธิ์ตามที่ทรงสัญญาแก่เขา

15 ดินแดนซึ่งโมเสสยกให้เผ่ารูเบนตามแต่ละตระกูล ได้แก่

16 ดินแดนจากอาโรเออร์ริมโกรกธารอารโนน จากเมืองซึ่งอยู่ตอนกลางของโกรกธารไปจนถึงที่ราบทั้งหมดเลยเมเดบา

17 จดเฮชโบน และเมืองทั้งหมดบนที่ราบนั้น รวมทั้งดีโบน บาโมทบาอัล เบธบาอัลเมโอน

18 ยาฮาส เคเดโมท เมฟาอาท

19 คีริยาธาอิม สิบมาห์ เศเรทชาหาร์บนภูเขาในหุบเขานั้น

20 เบธเปโอร์ ลาดเขาปิสกาห์ และเบธเยชิโมท

21 คือเมืองทั้งหมดบนที่ราบสูงและอาณาจักรทั้งหมดของกษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์ ผู้ครอบครองอยู่ในเฮชโบน ซึ่งถูกโมเสสพิชิตพร้อมกษัตริย์อื่นๆ ของมีเดียนคือเอวี เรเคม ศูร์ เฮอร์ และเรบา ผู้เป็นพันธมิตรของสิโหน ซึ่งอาศัยอยู่ในถิ่นนั้น

22 ประชากรอิสราเอลยังได้ประหารผู้ทำนายบาลาอัมบุตรเบโอร์ด้วย

23 ชายฝั่งแม่น้ำจอร์แดนเป็นพรมแดนของรูเบน เมืองกับหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่ารูเบน แบ่งตามตระกูล

24 ดินแดนซึ่งโมเสสยกให้เผ่ากาดตามแต่ละตระกูล ได้แก่

25 เขตแดนยาเซอร์ เมืองทั้งหมดของกิเลอาด และครึ่งหนึ่งของดินแดนของชาวอัมโมน ไกลถึงอาโรเออร์ใกล้รับบาห์

26 และจากเฮชโบนถึงรามัทมิสปาห์และเบโทนิม และจากมาหะนาอิมถึงเขตแดนเดบีร์

27 และในหุบเขาได้แก่ เบธฮารัม เบธนิมราห์ สุคคท และศาโฟน ดินแดนส่วนที่เหลือของกษัตริย์สิโหนแห่งเฮชโบน (ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ขึ้นไปจดทะเลคินเนเรท)

28 เมืองกับหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่ากาดแบ่งตามตระกูล

29 ดินแดนซึ่งโมเสสยกให้เผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า คือครึ่งหนึ่งของครอบครัวที่เป็นลูกหลานของมนัสเสห์ตามแต่ละตระกูล ได้แก่

30 ดินแดนจากมาหะนาอิม ครอบคลุมบาชานทั้งหมดซึ่งเป็นอาณาจักรทั้งสิ้นของกษัตริย์โอกแห่งบาชานและเมืองทั้งหกสิบแห่งในแว่นแคว้นยาอีร์ในบาชาน

31 ครึ่งหนึ่งของกิเลอาด อัชทาโรท และเอเดรอี (ซึ่งเป็นเมืองเอกของกษัตริย์โอกในบาชาน) ให้แก่ลูกหลานครึ่งหนึ่งของวงศ์วานมาคีร์ ซึ่งเป็นบุตรของมนัสเสห์แบ่งตามตระกูล

32 ทั้งหมดนี้คือกรรมสิทธิ์ซึ่งโมเสสแบ่งสรรให้ ขณะอยู่ในที่ราบโมอับบนฝั่งแม่น้ำจอร์แดนด้านตะวันออกของเมืองเยรีโค

33 แต่โมเสสไม่ได้มอบกรรมสิทธิ์ใดๆ แก่เผ่าเลวี เพราะว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลทรงเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาตามที่ทรงสัญญาไว้

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/13-24c57b452dd1c62dd79620012def6990.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 14

การแบ่งดินแดนทางตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

1 ทั้งหมดนี้คือดินแดนในคานาอันที่ชนอิสราเอลได้รับกรรมสิทธิ์ ซึ่งปุโรหิตเอเลอาซาร์ โยชูวาบุตรนูน และหัวหน้าตระกูลของเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลเป็นผู้แบ่งสรรให้

2 พวกเขาทอดสลากแบ่งสรรกรรมสิทธิ์ในหมู่เก้าเผ่าครึ่ง ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาไว้ผ่านทางโมเสส

3 โมเสสได้มอบดินแดนทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนให้แก่สองเผ่าครึ่งเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว แต่เผ่าเลวีไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ใดๆ ท่ามกลางเผ่าที่เหลือ

4 เพราะลูกหลานของโยเซฟได้กลายเป็นสองเผ่า คือเผ่ามนัสเสห์และเผ่าเอฟราอิม ชนเลวีไม่ได้รับดินแดนใดๆ เว้นแต่เมืองสำหรับอาศัยและทุ่งหญ้าสำหรับฝูงสัตว์ของพวกเขา

5 ดังนั้นชนอิสราเอลจึงแบ่งดินแดนกันตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาโมเสสไว้

ให้เมืองเฮโบรนแก่คาเลบ

6 ครั้งนั้นคนเผ่ายูดาห์เข้าพบโยชูวาที่กิลกาล และคาเลบบุตรเยฟุนเนห์คนเคนัสกล่าวว่า “ท่านทราบแล้วที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสคนของพระเจ้าที่คาเดชบารเนียเกี่ยวกับท่านและข้าพเจ้า

7 ข้าพเจ้าอายุสี่สิบปีเมื่อโมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าส่งข้าพเจ้าจากคาเดชบารเนียไปสำรวจดินแดน และข้าพเจ้ากลับมารายงานตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า

8 พี่น้องที่ไปกับเราทำให้ประชากรเสียขวัญ แต่ส่วนข้าพเจ้าติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างสุดใจ

9 โมเสสจึงปฏิญาณกับข้าพเจ้าในวันนั้นว่า ‘ดินแดนส่วนที่เจ้าเหยียบย่างเข้าไปนั้นจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้ากับลูกหลานของเจ้าตลอดไป เพราะเจ้าได้ติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราอย่างสุดใจ’

10 บัดนี้เป็นไปตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญาไว้ พระองค์ทรงโปรดให้ข้าพเจ้าอยู่รอดมา 45 ปีนับแต่พระองค์ตรัสกับโมเสสเมื่อครั้งที่อิสราเอลรอนแรมอยู่ในถิ่นกันดาร เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าก็อายุ 85 ปีแล้ว!

11 ข้าพเจ้ายังคงแข็งแรงเหมือนเมื่อครั้งโมเสสใช้ให้เราเดินทางไป ข้าพเจ้ายังแข็งขันในการสู้รบเท่าๆ กับในตอนนั้น

12 ฉะนั้นขอให้ท่านยกดินแดนเทือกเขาซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญาไว้กับข้าพเจ้าในวันนั้น ท่านเองก็ได้ยินแล้วว่ามนุษย์ยักษ์อานาคอาศัยอยู่ที่นั่น เมืองของเขาใหญ่โต มีปราการแน่นหนา แต่หากองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วย ข้าพเจ้าจะขับไล่พวกเขาออกไปตามที่พระองค์ตรัส”

13 แล้วโยชูวาจึงอวยพรคาเลบบุตรเยฟุนเนห์ และมอบเฮโบรนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา

14 ดังนั้นเฮโบรนจึงเป็นของคาเลบบุตรเยฟุนเนห์คนเคนัสตั้งแต่นั้นมา เพราะคาเลบได้ติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลอย่างสุดใจ

15 (เฮโบรนเคยมีชื่อว่าคีริยาทอารบา ตามชื่อของอารบาผู้เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกอานาค)

แล้วแผ่นดินนั้นก็สงบว่างเว้นจากสงคราม

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/14-333eebd732435ab3a7b638ca0e1744e3.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 15

ดินแดนของเผ่ายูดาห์

1 ดินแดนที่เป็นส่วนของเผ่ายูดาห์ตามแต่ละตระกูล ด้านใต้จดพรมแดนเมืองเอโดม ถึงถิ่นกันดารศินทางใต้สุด

2 พรมแดนด้านใต้ของพวกเขาเริ่มจากอ่าวที่ปลายทะเลเกลือด้านใต้

3 ผ่านทางใต้ของช่องแคบแมงป่อง มายังถิ่นกันดารศินไปที่ทางใต้ของคาเดชบารเนีย แล้วผ่านเฮสโรนไปยังอัดดาร์ อ้อมมาที่คารคา

4 ผ่านมายังอัสโมนไปจดลำน้ำแห่งอียิปต์และมาสิ้นสุดที่ทะเล นี่คือพรมแดนด้านใต้ของพวกเขา

5 พรมแดนด้านตะวันออกคือ ทะเลเกลือไปไกลถึงปากแม่น้ำจอร์แดน

พรมแดนด้านเหนือเริ่มจากอ่าวของทะเลที่ปากแม่น้ำจอร์แดน

6 ขึ้นไปถึงเบธโฮกลาห์ไปทางเหนือของเบธอาราบาห์ถึงศิลาแห่งโบฮันบุตรของรูเบน

7 จากที่นั่นผ่านหุบเขาอาโคร์ถึงเดบีร์ แล้วขึ้นเหนือไปยังกิลกาลตรงข้ามไหล่เขาอาดุมมิมทางด้านใต้ของหุบเขา ต่อไปถึงแหล่งน้ำเอนเชเมชและไปสู่เอนโรเกล

8 ผ่านหุบเขาเบนฮินโนม ตามไหล่เขาทิศใต้ของเมืองเยบุส (คือเยรูซาเล็ม) แล้วขึ้นไปยังยอดเขาทางทิศตะวันตกของหุบเขาฮินโนม ไปถึงทางด้านเหนือของหุบเขาแห่งเรฟาอิม

9 จากยอดเขานี้ เส้นแบ่งอาณาเขตมุ่งไปยังน้ำพุเนฟโทอาห์ เมืองต่างๆ บริเวณภูเขาเอโฟรนเรื่อยมาจนถึงบาอาลาห์ (คือคีริยาทเยอาริม)

10 จากนั้นพรมแดนโค้งไปทางทิศตะวันตก จากบาอาลาห์ไปถึงภูเขาเสอีร์ เรื่อยมาตามลาดเขาด้านเหนือของภูเขาเยอาริม (คือเคสะโลน) ลงมาถึงเบธเชเมชและไปยังทิมนาห์

11 ไปสู่ลาดเขาทางเหนือของเอโครน เลี้ยวไปยังชิกเคโรน เรื่อยมาสู่ภูเขาบาอาลาห์ ผ่านยับเนเอลและสิ้นสุดที่ทะเล

12 เขตแดนด้านตะวันตกคือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นี่คือพรมแดนโดยรอบของชนยูดาห์แบ่งตามตระกูลของพวกเขา

13 ตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าโยชูวามอบดินแดนส่วนหนึ่งในยูดาห์ให้แก่คาเลบบุตรเยฟุนเนห์ คือคีริยาทอารบาหรือเฮโบรน (อารบาเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ยักษ์อานาค)

14 คาเลบขับไล่พงศ์พันธุ์ทั้งสามของมนุษย์ยักษ์อานาคจากเฮโบรน คือเชชัย อาหิมาน และทัลมัย

15 แล้วเดินทัพต่อไปสู้รบกับชาวเดบีร์ (ซึ่งแต่ก่อนชื่อว่าคีริยาทเสเฟอร์)

16 คาเลบประกาศว่า “ข้าพเจ้าจะยกบุตรสาวชื่ออัคสาห์ให้เป็นภรรยาผู้ที่สามารถยึดเมืองคีริยาทเสเฟอร์ได้สำเร็จ”

17 โอทนีเอลบุตรเคนัส น้องชายของคาเลบพิชิตเมืองนั้นสำเร็จ คาเลบจึงยกนางอัคสาห์ให้เป็นภรรยา

18 อยู่มาวันหนึ่งนางชวนโอทนีเอลไปขอที่ดินจากบิดา เมื่อนางลงจากหลังลา คาเลบถามว่า “จะให้พ่อช่วยอะไรบ้าง?”

19 นางตอบว่า “โปรดกรุณาลูกเป็นพิเศษ พ่อยกที่ดินในเนเกบให้แล้ว โปรดยกน้ำพุให้ลูกด้วย” ดังนั้นคาเลบจึงยกน้ำพุบนและน้ำพุล่างให้นาง

20 ต่อไปนี้คือกรรมสิทธิ์ของเผ่ายูดาห์แบ่งตามตระกูล

21 เมืองต่างๆ ใต้สุดของเผ่ายูดาห์ในเนเกบไปถึงชายแดนของเอโดม ได้แก่

ขับเซเอล เอเดอร์ ยากูร์

22 คีนาห์ ดีโมนาห์ อาดาดาห์

23 เคเดช ฮาโซร์ อิทนาน

24 ศิฟเทเลม เบอาโลท

25 ฮาโซร์ฮาดัททาห์ เคริโอทเฮสโรน (คือฮาโซร์)

26 อามัม เชมา โมลาดาห์

27 ฮาซารกัดดาห์ เฮชโมน เบธเปเลท

28 ฮาซารชูอาล เบเออร์เชบา บิซิโอธิยาห์

29 บาอาลาห์ อิยิม เอเซม

30 เอลโทลัด เคสีล โฮรมาห์

31 ศิกลาก มัดมันนาห์ ซันซันนาห์

32 เลบาโอธ ชิลฮิม อายิน และริมโมน รวม 29 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

33 แถบเชิงเขาทางตะวันตกได้แก่

เอชทาโอล โศราห์ อัชนาห์

34 ศาโนอาห์ เอนกันนิม ทัปปูวาห์ เอนัม

35 ยารมุท อดุลลัม โสโคห์ อาเซคาห์

36 ชาอาราอิม อาดีธาอิม และเกเดราห์ (หรือเกเดโรธาอิม)รวม 14 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

37 เศนัน ฮาดาชาห์ มิกดัลกาด

38 ดิเลอัน มิสปาห์ โยคเธเอล

39 ลาคีช โบสคาท เอกโลน

40 คับโบน ลามัส คิทลิช

41 เกเดโรท เบธดาโกน นาอามาห์ และมักเคดาห์ รวม 16 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

42 ลิบนาห์ เอเธอร์ อาชัน

43 อิฟทาห์ อัชนาห์ เนซีบ

44 เคอีลาห์ อัคซิบ และมาเรชาห์ รวม 9 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

45 เอโครนกับหมู่บ้านและถิ่นฐานโดยรอบ

46 ตะวันตกของเอโครนทั้งหมดในละแวกอัชโดดกับหมู่บ้าน

47 อัชโดดกับหมู่บ้านและถิ่นฐานโดยรอบ กาซากับหมู่บ้านและถิ่นฐานโดยรอบ ไปถึงลำน้ำแห่งอียิปต์และชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

48 ในดินแดนเทือกเขา ได้แก่

ชามีร์ ยาททีร์ โสโคห์

49 ดานนาห์ คีริยาทสันนาห์ (คือเดบีร์)

50 อานาบ เอชเทโมห์ อานิม

51 โกเชน โฮโลน และกิโลห์ รวม 11 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

52 อาหรับ ดูมาห์ เอชาน

53 ยานิม เบธทัปปูวาห์ อาเฟคาห์

54 ฮุมทาห์ คีริยาทอารบา (คือเฮโบรน) และศิโยร์ รวม 9 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

55 มาโอน คารเมล ศิฟ ยุททาห์

56 ยิสเรเอล โยคเดอัม ศาโนอาห์

57 คาอิน กิเบอาห์ และทิมนาห์ รวม 10 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

58 ฮัลฮูล เบธซูร์ เกโดร์

59 มาอาราท เบธอาโนท และเอลเทโคน รวม 6 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

60 คีริยาทบาอัล (คือคีริยาทเยอาริม) กับรับบาห์ รวม 2 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

61 ในถิ่นกันดารได้แก่

เบธอาราบาห์ มิดดีน เสคะคาห์

62 นิบชาน เมืองเกลือ และเอนเกดี รวม 6 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

63 ชนยูดาห์ไม่สามารถขับไล่ชาวเยบุสออกไปจากเมืองเยรูซาเล็มได้ ชาวเยบุสจึงยังคงอาศัยอยู่ที่นั่นร่วมกับชนยูดาห์จนถึงทุกวันนี้

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/15-132c4c969a519d3402fa1f7e8ee20177.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 16

ดินแดนของเผ่าเอฟราอิมและมนัสเสห์

1 ดินแดนที่เป็นส่วนของเผ่าโยเซฟเริ่มจากจอร์แดนแห่งเยรีโคทางตะวันออกของห้วงน้ำแห่งเยรีโค ผ่านถิ่นกันดารเข้าสู่แถบเทือกเขาแห่งเบธเอล

2 จากเบธเอล (คือลูส)ข้ามไปสู่เขตแดนของชาวอารคีในอาทาโรท

3 ลงมาทางตะวันตกถึงเขตแดนของชาวยาเฟลที มายังเบธโฮโรนล่าง ไปเกเซอร์แล้วสุดที่ทะเล

4 เผ่ามนัสเสห์และเอฟราอิมวงศ์วานของโยเซฟได้รับกรรมสิทธิ์ตามนั้น

5 ดินแดนของเอฟราอิมแบ่งตามแต่ละตระกูล ได้แก่

พรมแดนด้านตะวันออกของพวกเขาเริ่มจากอาทาโรทอัดดาร์ ไปยังเบธโฮโรนตอนบน

6 และต่อเนื่องไปถึงทะเล จากมิคเมธัททางเหนือ เลี้ยวไปทางตะวันออกสู่ทาอานาทชิโลห์ มายังยาโนอาห์ทางด้านตะวันออก

7 จากยาโนอาห์มาทางใต้สู่อาทาโรทและนาอาราห์ จดเมืองเยรีโค สิ้นสุดลงที่แม่น้ำจอร์แดน

8 จากทัปปูวาห์มาทางทิศตะวันตกสู่ลำห้วยคานาห์ มาสิ้นสุดที่ทะเล นี่คือกรรมสิทธิ์ของเผ่าเอฟราอิมตามแต่ละตระกูล

9 และยังรวมเมืองต่างๆ กับหมู่บ้านในเขตของเผ่ามนัสเสห์ที่แยกไว้ให้ชาวเอฟราอิมอีกด้วย

10 พวกเขาไม่ได้ขับไล่ชาวคานาอันซึ่งอาศัยอยู่ในเกเซอร์ออกไป ชาวคานาอันจึงยังคงอาศัยอยู่ในหมู่คนเอฟราอิม แต่ถูกเกณฑ์เป็นทาสแรงงานจนถึงทุกวันนี้

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/16-9071d300d20ea51ff80a236d4b603bfc.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 17

1 ดินแดนที่เป็นส่วนของเผ่ามนัสเสห์ บุตรหัวปีของโยเซฟมีดังนี้ สำหรับมาคีร์ บุตรชายหัวปีของมนัสเสห์ ผู้เป็นบรรพบุรุษของกิเลอาดได้รับดินแดนกิเลอาดและบาชานไปแล้ว เพราะว่าพวกมาคีร์เป็นนักรบแกล้วกล้า

2 ดังนั้นดินแดนส่วนที่แบ่งนี้จึงยกให้แก่ตระกูลอื่นๆ ของมนัสเสห์ได้แก่ ตระกูลเอบีเอเซอร์ เฮเลค อัสรีเอล เชเคม เฮเฟอร์ และเชมิดา คนเหล่านี้เป็นลูกหลานผู้ชายของมนัสเสห์บุตรโยเซฟตามตระกูลของพวกเขา

3 ฝ่ายเศโลเฟหัดผู้เป็นบุตรของเฮเฟอร์ ผู้เป็นบุตรของกิเลอาด ผู้เป็นบุตรของมาคีร์ ผู้เป็นบุตรของมนัสเสห์ ไม่มีบุตรชาย แต่มีบุตรสาวห้าคนคือ มาห์ลาห์ โนอาห์ โฮกลาห์ มิลคาห์ และทีรซาห์

4 หญิงเหล่านี้มาพบปุโรหิตเอเลอาซาร์ โยชูวาบุตรนูน และบรรดาผู้นำ แล้วเรียนว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสสั่งโมเสสให้ยกกรรมสิทธิ์แก่พวกข้าพเจ้าเหมือนญาติพี่น้องผู้ชาย” โยชูวาจึงยกกรรมสิทธิ์ให้พวกนางร่วมกับพี่น้องของบิดาตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชา

5 ส่วนของมนัสเสห์ประกอบด้วยที่ดินสิบส่วน นอกเหนือจากกิเลอาดและบาชานทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน

6 เนื่องด้วยบรรดาบุตรสาวของเผ่ามนัสเสห์ได้รับกรรมสิทธิ์ในหมู่บุตรชาย ดินแดนกิเลอาดเป็นของวงศ์วานอื่นๆ ของมนัสเสห์

7 อาณาเขตของมนัสเสห์จากอาเชอร์ลงมาทางใต้สู่มิคเมธัททางตะวันออกของเชเคม ทางใต้จากมิคเมธัทครอบคลุมถิ่นเอนทัปปูวาห์

8 (ดินแดนทัปปูวาห์เป็นของมนัสเสห์ แต่เมืองทัปปูวาห์ซึ่งอยู่ในเขตพรมแดนของมนัสเสห์เป็นของเผ่าเอฟราอิม)

9 จากนั้นพรมแดนต่อไปทางใต้สู่ลำห้วยคานาห์ มีเมืองต่างๆ ของเอฟราอิมอยู่ท่ามกลางเมืองต่างๆ ของมนัสเสห์ แต่เขตแดนของมนัสเสห์อยู่ทางด้านเหนือของลำห้วยและสิ้นสุดที่ทะเล

10 ดินแดนทางใต้เป็นของเอฟราอิม ทางเหนือเป็นของมนัสเสห์ มีทะเลเป็นพรมแดน ทางเหนือจดกับอาเชอร์ ทางตะวันออกจดกับอิสสาคาร์

11 ในเขตอิสสาคาร์และอาเชอร์ เผ่ามนัสเสห์ยังได้รับเมืองเบธชาน อิบเลอัม โดร์ (คือนาโฟท) เอนโดร์ ทาอานาค และเมกิดโด รวมทั้งหมู่บ้านต่างๆ โดยรอบ

12 แต่เนื่องจากเผ่ามนัสเสห์ไม่สามารถยึดครองเมืองเหล่านั้นได้ ชาวคานาอันจึงยังคงอาศัยอยู่ที่นั่นตามเดิม

13 แต่เมื่อชนอิสราเอลเข้มแข็งขึ้น ก็เกณฑ์แรงงานชาวคานาอัน แต่ไม่ได้ขับไล่พวกเขาทั้งหมดออกไป

14 ชนเผ่าโยเซฟกล่าวกับโยชูวาว่า “เหตุใดท่านจึงยกดินแดนให้พวกข้าพเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์เพียงส่วนเดียว ในเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอวยพรให้พวกข้าพเจ้ามีไพร่พลมากขนาดนี้?”

15 โยชูวาตอบว่า “หากพวกท่านมีคนมาก และแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิมเล็กเกินไปสำหรับพวกท่าน ก็จงขึ้นไปหักร้างถางพงที่ซึ่งชาวเปริสซีและพวกมนุษย์ยักษ์เรฟาอิมอาศัยอยู่”

16 คนเผ่าโยเซฟจึงกล่าวว่า “ดินแดนเทือกเขาไม่พอสำหรับเรา และชาวคานาอันทั้งปวงที่อาศัยในที่ราบ ทั้งพวกที่อยู่ในเบธชานกับถิ่นฐานโดยรอบและพวกที่อยู่ในหุบเขายิสเรเอลล้วนแต่มีรถรบเหล็ก”

17 แต่โยชูวากล่าวกับชนเผ่าเอฟราอิมและมนัสเสห์ซึ่งเป็นวงศ์วานของโยเซฟว่า “พวกท่านมีคนมากและมีกำลังมาก ท่านจะไม่ได้แค่ส่วนเดียว

18 แต่จะได้ดินแดนป่าเขานั้นด้วย จงหักร้างถางพง และยึดครองไปจนสุดเขตเถิด ถึงแม้ชาวคานาอันจะเข้มแข็งและมีรถรบเหล็กก็ตาม แต่พวกท่านก็จะสามารถขับไล่เขาออกไปได้”

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/17-ee6c8a2285a2a3c582e8aee8be7dc66f.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 18

การแบ่งดินแดนส่วนที่เหลือ

1 ประชากรอิสราเอลทั้งหมดมาชุมนุมกันที่ชิโลห์ และตั้งเต็นท์นัดพบขึ้น พวกเขาได้เข้าครอบครองดินแดนนั้น

2 แต่ชนอิสราเอลอีกเจ็ดเผ่ายังไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ของตน

3 โยชูวาจึงกล่าวแก่ชนอิสราเอลว่า “ท่านจะรออีกนานเท่าใดจึงจะเข้าไปยึดครองดินแดนซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษประทานแก่ท่าน?

4 จงคัดเลือกคนมาเผ่าละสามคน ข้าพเจ้าจะส่งพวกเขาไปสำรวจและบันทึกลักษณะของดินแดนตามกรรมสิทธิ์นั้น แล้วกลับมารายงานข้าพเจ้า

5 ท่านจงแบ่งดินแดนเป็นเจ็ดส่วน ยูดาห์ยังคงอยู่ในเขตของตนทางใต้ และเผ่าโยเซฟอยู่ในเขตของตนทางเหนือ

6 หลังจากท่านจดรายละเอียดส่วนต่างๆ ทั้งเจ็ดส่วนแล้ว จงนำมาให้ข้าพเจ้าที่นี่ ข้าพเจ้าจะทอดสลากแบ่งสรรให้พวกท่านต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา

7 อย่างไรก็ตามชนเลวีจะไม่ได้รับส่วนแบ่งท่ามกลางพวกท่าน เพราะกรรมสิทธิ์ของพวกเขาคือหน้าที่ปุโรหิตรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับเผ่ากาด รูเบน และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้รับดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนแล้ว ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้ายกให้พวกเขา”

8 เมื่อคนเหล่านั้นออกเดินทางเพื่อจะไปสำรวจดินแดน โยชูวาสั่งพวกเขาว่า “จงไปสำรวจและบันทึกลักษณะของดินแดนนั้น แล้วกลับมาหาข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้ทอดสลากแบ่งสรรดินแดนให้แก่พวกท่านต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ชิโลห์”

9 พวกเขาจึงออกไปสำรวจทั่วดินแดน จดรายละเอียดแต่ละเมืองในเจ็ดเขตลงบนหนังสือม้วน และกลับมารายงานโยชูวาในค่ายพักที่ชิโลห์

10 โยชูวาก็ทอดสลากแบ่งสรรต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ชิโลห์ และมอบดินแดนให้แก่ชนอิสราเอลแต่ละเผ่า

ดินแดนของเผ่าเบนยามิน

11 สลากแรกได้แก่เผ่าเบนยามินตามแต่ละตระกูล เขตแดนของเบนยามินอยู่ระหว่างยูดาห์กับโยเซฟ

12 อาณาเขตทิศเหนือเริ่มจากแม่น้ำจอร์แดน ผ่านลาดเขาทางเหนือของเยรีโค แล้วเลี้ยวไปทางทิศตะวันตกผ่านดินแดนเทือกเขาและถิ่นกันดารเบธอาเวน

13 จากนั้นมายังลาดเขาของลูส (คือเบธเอล) และลงมาถึงอาทาโรทอัดดาร์บนภูเขาทางใต้ของเบธโฮโรนล่าง

14 จากเนินเขาที่หันไปทางเมืองเบธโฮโรนทางด้านใต้ของเขตแดน แล้วลงมาทางใต้ไปตามด้านตะวันตก สิ้นสุดลงที่คีริยาทบาอัล (คือคีริยาทเยอาริม) อันเป็นเมืองหนึ่งของเผ่ายูดาห์ นี่คืออาณาเขตทิศตะวันตก

15 ทิศใต้เริ่มจากชานเมืองคีริยาทเยอาริมทางตะวันตก มาถึงธารน้ำพุเนฟโทอาห์

16 และลงมาที่เชิงเขาใกล้หุบเขาเบนฮินโนม ทางเหนือของหุบเขาเรฟาอิม มาตามหุบเขาฮินโนม เลียบลาดเขาทางใต้ของเมืองเยบุส มาสู่เอนโรเกล

17 แล้วโค้งไปทางเหนือสู่เอนเชเมช ต่อไปถึงเกลีโลทซึ่งอยู่ตรงข้ามช่องแคบอาดุมมิม แล้วลงมาสู่ศิลาแห่งโบฮัน บุตรของรูเบน

18 จากที่นั่นไปตามลาดเขาทางเหนือของเบธอาราบาห์ลงไปถึงอาราบาห์

19 จากนั้นไปยังลาดเขาทางเหนือของเบธโฮกลาห์ มาออกที่อ่าวด้านเหนือของทะเลเกลือตรงปากแม่น้ำจอร์แดนด้านทิศใต้ นี่คือพรมแดนทางใต้

20 พรมแดนทิศตะวันออกคือแม่น้ำจอร์แดน

นี่คือพรมแดนโดยรอบของดินแดนซึ่งยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูลต่างๆ ของเผ่าเบนยามิน

21 เผ่าเบนยามินตามแต่ละตระกูลได้รับเมืองต่างๆ ดังนี้คือ

เยรีโค เบธโฮกลาห์ เอเมคเคซีส

22 เบธอาราบาห์ เศมาราอิม เบธเอล

23 อัฟวิม ปาราห์ โอฟราห์

24 เคฟาร์อัมโมนี โอฟนี และเกบา รวม 12 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

25 กิเบโอน รามาห์ เบเอโรท

26 มิสปาห์ เคฟีราห์ โมซาห์

27 เรเคม อิรเปเอล ทาราลาห์

28 เศลาห์ ฮาเอเลฟ เมืองชาวเยบุส (คือเยรูซาเล็ม) กิเบอาห์ และคีริยาท รวม 14 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

นี่คือกรรมสิทธิ์ของเผ่าเบนยามินแบ่งตามตระกูล

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/18-708a6fa4f09665c5566b56ce5dcd1da4.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 19

ดินแดนของเผ่าสิเมโอน

1 สลากที่สองได้แก่เผ่าสิเมโอนตามแต่ละตระกูล กรรมสิทธิ์ของพวกเขาอยู่ในเขตแดนของยูดาห์

2 รวมเมืองต่างๆ ได้แก่

เบเออร์เชบา (หรือเชบา)โมลาดาห์

3 ฮาซารชูอาล บาลาห์ เอเซม

4 เอลโทลัด เบธูล โฮรมาห์

5 ศิกลาก เบธมารคาโบท ฮาซารซูซาห์

6 เบธเลบาโอท และชารุเฮน รวม 13 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

7 อายิน ริมโมน เอเธอร์ และอาชาน รวม 4 เมืองกับหมู่บ้านต่างๆ

8 และหมู่บ้านต่างๆ รอบเมืองเหล่านี้ไปจนถึงบาอาลัทเบเออร์ (รามาห์ในเนเกบ)

นี่คือกรรมสิทธิ์ของเผ่าสิเมโอนตามแต่ละตระกูล

9 กรรมสิทธิ์ของเผ่าสิเมโอนมาจากส่วนที่แต่ก่อนยกให้ยูดาห์ ทั้งนี้เพราะส่วนที่ยูดาห์ได้รับมากเกินกว่าที่พวกเขาต้องการ สิเมโอนจึงได้รับกรรมสิทธิ์ในเขตของยูดาห์

ดินแดนของเผ่าเศบูลุน

10 สลากที่สามได้แก่เผ่าเศบูลุนตามแต่ละตระกูล

อาณาเขตของเขาไปไกลถึงสาริด

11 มาทางตะวันตกถึงมาราลาห์จดกับดับเบเชท และขยายไปถึงลำห้วยใกล้โยกเนอัม

12 ไปทางตะวันออกจากสาริด ไปทางดวงอาทิตย์ขึ้นสู่เขตแดนคิสโลททาโบร์ ต่อมาถึงดาเบรัทและขึ้นไปยาเฟีย

13 จากนั้นต่อไปทางตะวันออกถึงกัทเฮเฟอร์ และเอทคาซินจนถึงริมโมนและเลี้ยวไปสู่เนอาห์

14 จากที่นั่นพรมแดนอ้อมขึ้นเหนือไปยังฮันนาโธน สิ้นสุดลงที่หุบเขาอิฟทาห์เอล

15 ครอบคลุมเมืองคัททาท นาหะลาล ชิมโรน อิดาลาห์ และเบธเลเฮม รวม 12 เมืองพร้อมทั้งหมู่บ้านโดยรอบ

16 เมืองและหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่าเศบูลุนตามแต่ละตระกูล

ดินแดนของเผ่าอิสสาคาร์

17 สลากที่สี่ได้แก่อิสสาคาร์ตามแต่ละตระกูล

18 อาณาเขตของพวกเขาครอบคลุม

เมืองยิสเรเอล เคสุลโลท ชูเนม

19 ฮาฟาราอิม ชิโยน อานาหะราท

20 รับบีท คีชิโอน เอเบส

21 เรเมท เอนกันนิม เอนฮัดดาห์ และเบธปัสเซส

22 พรมแดนไปจดทาโบร์ ชาหะซุมาห์ และเบธเชเมช สิ้นสุดลงที่แม่น้ำจอร์แดน รวมทั้งสิ้น 16 เมืองพร้อมทั้งหมู่บ้านโดยรอบ

23 เมืองและหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่าอิสสาคาร์ตามแต่ละตระกูล

ดินแดนของเผ่าอาเชอร์

24 สลากที่ห้าได้แก่เผ่าอาเชอร์ตามแต่ละตระกูล

25 อาณาเขตของพวกเขาครอบคลุมเมืองต่างๆ คือ

เฮลคัท ฮาลี เบเทน อัคชาฟ

26 อัลลัมเมเลค อามัดและมิชอาล พรมแดนทาง ทิศตะวันตกจดคารเมลและชิโหร์ลิบนาท

27 อ้อมไปทางตะวันออกสู่เบธดาโกน จดกับเศบูลุนและหุบเขาอิฟทาห์เอล ไปทางเหนือถึงเบธเอเมคและเนอีเอล ผ่านคาบูลทางซ้าย

28 จนถึงอับโดนเรโหบ ฮัมโมน และคานาห์ ไปไกลถึงไซดอนใหญ่

29 จากนั้นวกกลับไปยังรามาห์และเมืองป้อมปราการของไทระ เลี้ยวไปทางโฮสาห์และมาออกทะเลในภูมิภาคอัคซิบ

30 อุมมาห์ อาเฟค และเรโหบ รวม 22 เมืองพร้อมทั้งหมู่บ้านโดยรอบ

31 เมืองและหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่าอาเชอร์ตามแต่ละตระกูล

ดินแดนของเผ่านัฟทาลี

32 สลากที่หกได้แก่เผ่านัฟทาลีตามแต่ละตระกูล

33 พรมแดนของพวกเขาเริ่มจากเฮเลฟ และต้นไม้ใหญ่ในศาอานันนิม ผ่านอาดามีเนเกบ และยับเนเอลถึงลัคคูม สุดเขตที่แม่น้ำจอร์แดน

34 พรมแดนไปทางตะวันตกผ่านอัสโนททาโบร์และมาออกที่ฮุกกอก ทางใต้จดเศบูลุน ทางตะวันตกจดอาเชอร์ และทางตะวันออกจดแม่น้ำจอร์แดน

35 เมืองป้อมปราการต่างๆ ได้แก่ ศิดดิม เศอร์ ฮัมมัท รัคคัท คินเนเรท

36 อาดามาห์ รามาห์ ฮาโซร์

37 เคเดช เอเดรอี เอนฮาโซร์

38 อิโรน มิกดัลเอล โฮเรม เบธอานาท และเบธเชเมช รวม 19 เมืองพร้อมทั้งหมู่บ้านโดยรอบ

39 เมืองและหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่านัฟทาลีตามแต่ละตระกูล

ดินแดนของเผ่าดาน

40 สลากที่เจ็ดได้แก่เผ่าดานตามแต่ละตระกูล

41 ดินแดนในกรรมสิทธิ์ของพวกเขาครอบคลุมเมืองต่างๆ ดังนี้คือ

เมืองโศราห์ เอชทาโอล อิรเชเมช

42 ชาอาลับบิน อัยยาโลน อิทลาห์

43 เอโลน ทิมนาห์ เอโครน

44 เอลเทเคห์ กิบเบโธน บาอาลัท

45 เยฮูด เบเนเบราค กัทริมโมน

46 เมยารโคน และรัคโคน รวมทั้งดินแดนตรงข้ามกับเมืองยัฟฟา

47 (แต่เผ่าดานเข้าไปยึดครองดินแดนตามกรรมสิทธิ์ของตนอย่างยากลำบาก พวกเขาจึงขึ้นไปโจมตีเมืองเลเชม ฆ่าชาวเมืองนั้นและเข้าอาศัยที่นั่น และเรียกเมืองเลเชมว่าดานตามชื่อบรรพบุรุษของตน)

48 เมืองและหมู่บ้านเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเผ่าดานตามแต่ละตระกูล

ส่วนแบ่งของโยชูวา

49 เมื่อแบ่งสรรดินแดนแก่เผ่าต่างๆ ตามอาณาเขตที่ระบุไว้เสร็จแล้ว ชนชาติอิสราเอลยกที่ดินผืนหนึ่งให้โยชูวาบุตรนูนเป็นกรรมสิทธิ์ท่ามกลางพวกเขา

50 ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาไว้ พวกเขายกเมืองให้ตามที่โยชูวาขอคือทิมนาทเสราห์ในแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิม เขาก็สร้างเมืองและตั้งหลักแหล่งที่นั่น

51 ทั้งหมดนี้คือดินแดนต่างๆ ซึ่งปุโรหิตเอเลอาซาร์ โยชูวาบุตรนูน และบรรดาผู้นำของเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลแบ่งสรร โดยการทอดสลากที่ชิโลห์ต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงทางเข้าเต็นท์นัดพบ เป็นอันว่าพวกเขาแบ่งสรรดินแดนเสร็จเรียบร้อย

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/19-134ad7ff17a538e60fc6aba3a4da7a9e.mp3?version_id=179—

Categories
โยชูวา

โยชูวา 20

เมืองลี้ภัย

1 แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า

2 “จงสั่งประชากรอิสราเอลให้กำหนดเมืองลี้ภัยตามที่เราได้สั่งโมเสสไว้

3 ผู้ใดกระทำให้คนตายโดยไม่เจตนาและเป็นอุบัติเหตุสามารถหนีมายังเมืองเหล่านี้ และได้รับความคุ้มครองให้พ้นจากผู้แก้แค้น

4 “เมื่อผู้ถูกกล่าวหาหนีมายังเมืองลี้ภัยแห่งใดแห่งหนึ่ง เขาต้องยืนอยู่ตรงทางเข้าประตูเมืองและชี้แจงคดีต่อหน้าบรรดาผู้อาวุโสของเมืองนั้น ผู้อาวุโสจะต้องยินยอมให้ผู้นั้นเข้ามาและให้ที่พักอาศัยแก่เขา

5 หากผู้แก้แค้นไล่ตามมา อย่ามอบตัวผู้ถูกกล่าวหาให้แก่ผู้แก้แค้น เพราะเขาฆ่าเพื่อนบ้านโดยไม่ตั้งใจและไม่ได้คิดมุ่งร้ายไว้ก่อน

6 เขาจะต้องอาศัยอยู่ในเมืองนั้นจนกระทั่งได้รับการไต่สวนต่อหน้าชุมนุมประชากร และจวบจนมหาปุโรหิตซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงเกิดเหตุนั้นสิ้นชีวิต เขาจึงจะกลับภูมิลำเนาเดิมที่เขาหนีมาได้”

7 เมืองที่เขาตั้งเป็นเมืองลี้ภัยคือเคเดชแห่งกาลิลีในแถบเทือกเขาแห่งนัฟทาลี เชเคมในแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิม และคีริยาทอารบา (คือเฮโบรน) ในแถบเทือกเขาแห่งยูดาห์

8 ทางฟากตะวันออกของจอร์แดนแห่งเยรีโคพวกเขากำหนดเมืองเบเซอร์ในถิ่นกันดารบนที่ราบสูงในเขตเผ่ารูเบน เมืองราโมทในกิเลอาดในเขตเผ่ากาด และเมืองโกลานในบาชานในเขตเผ่ามนัสเสห์

9 เมืองลี้ภัยเหล่านี้สำหรับทั้งชาวอิสราเอลและคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเขา เพื่อผู้ใดก็ตามที่ทำให้คนตายโดยไม่เจตนา สามารถไปหลบอยู่ที่เมืองเหล่านี้โดยไม่ถูกฆ่าล้างแค้นก่อนที่จะได้รับการไต่สวนคดีต่อหน้าชุมนุมประชากร

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/JOS/20-631404e74fb468de165f40b320c1d7ce.mp3?version_id=179—