Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 1

1 นิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มซึ่งอิสยาห์บุตรอาโมศเห็นในช่วงรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ เป็นดังนี้

ชนชาติจอมกบฏ

2 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง! แผ่นดินโลกเอ๋ย! จงฟังเถิด

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า

“เราเลี้ยงลูกๆ มาจนเติบใหญ่

แต่พวกเขากลับกบฏต่อเรา

3 วัวยังรู้จักนาย

ลารู้จักเจ้าของรางหญ้า

แต่อิสราเอลไม่รู้จัก

ประชากรของเราไม่เข้าใจ”

4 โอ ชนชาติบาปหนา

ประชากรผู้แบกความผิดไว้อย่างมากมายหนักหนา

เผ่าพันธุ์ผู้กระทำชั่ว

ลูกหลานของความเสื่อมทราม!

พวกเขาได้ละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้า

หมิ่นประมาทองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล

และหันหลังให้พระองค์

5 ทำไมต้องให้โบยอยู่ร่ำไป?

ทำไมจึงกบฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

ศีรษะของเจ้าก็ร้าวระบม

หัวใจก็ร้าวราน

6 ตั้งแต่ศีรษะจดเท้า

ไม่มีส่วนใดปกติ

ล้วนมีแต่แผลถลอก แผลขึ้นแนว

และรอยแผลอักเสบ

ไม่ได้ล้างแผล ทายา

หรือพันแผลไว้เลย

7 ดินแดนของเจ้าก็ร้างเปล่า

เมืองต่างๆ ถูกเผาผลาญ

ท้องทุ่งเหี้ยนเตียนด้วยน้ำมือของคนต่างชาติ

เริศร้างต่อหน้าต่อตาเจ้า

เหมือนเมื่อถูกคนแปลกหน้าล้มล้าง

8 ธิดาแห่งศิโยนถูกทิ้งร้าง

เหมือนเพิงในสวนองุ่น

เหมือนกระท่อมกลางไร่แตง

เหมือนเมืองที่ถูกล้อม

9 หากพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

ไม่เหลือคนหยิบมือหนึ่งให้เรา

เราก็คงกลายเป็นเหมือนเมืองโสโดม

เราก็คงเป็นเหมือนเมืองโกโมราห์

10 บรรดาผู้ครอบครองเมืองโสโดม

จงฟังพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ชาวเมืองโกโมราห์ทั้งหลาย!

จงฟังบทบัญญัติของพระเจ้าของเรา

11 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เครื่องบูชาทั้งหลายของเจ้า

มีความหมายอะไรสำหรับเรา?

เราเอียนเครื่องเผาบูชา

เราเอือมแกะผู้และไขมันของสัตว์อ้วนพี

เราไม่ได้พอใจ

กับเลือดแพะแกะหรือเลือดวัว

12 เมื่อเจ้าเข้ามาอยู่ต่อหน้าเรา

ใครขอให้เจ้าทำเช่นนี้

ซึ่งเป็นการย่ำยีนิเวศของเรา?

13 หยุดนำเครื่องบูชาที่ไร้ความหมายมาให้เราได้แล้ว!

เราสะอิดสะเอียนเครื่องหอมของเจ้า

เราทนการประชุมอันเลวทรามของเจ้าไม่ได้อีกแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการประชุมในวันขึ้นหนึ่งค่ำ วันสะบาโตและการชุมนุมอันบริสุทธิ์ใดๆ

14 ใจของเราเกลียดเทศกาลขึ้นหนึ่งค่ำ และการฉลองเทศกาลต่างๆ ตามกำหนดของเจ้า

มันกลายเป็นภาระกับเรา

เราเบื่อที่จะแบก

15 เมื่อเจ้าชูมืออธิษฐาน

เราจะเบือนหน้าหนีเจ้า

แม้เจ้าอธิษฐานมากมาย

เราจะไม่ฟัง

มือของเจ้าโชกชุ่มด้วยเลือด

16 จงชำระตัวให้สะอาดเถิด

เอาการกระทำชั่วๆ ของเจ้า

ออกไปให้พ้นหน้าพ้นตาเรา!

เลิกทำผิดเถิด

17 จงเรียนรู้ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง!

จงแสวงหาความยุติธรรม

จงให้กำลังใจผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง

จงปกป้องลูกกำพร้าพ่อ

และสู้คดีให้หญิงม่าย”

18 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า

“มาเถิด เรามาตกลงกัน

แม้บาปของเจ้าจะเป็นสีแดงก่ำ

ก็จะขาวสะอาดเหมือนหิมะ

แม้บาปเหล่านั้นเป็นสีแดงเข้ม

ก็จะขาวเหมือนสำลี

19 หากเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง

เจ้าจะได้กินผลดีที่สุดจากผืนแผ่นดิน

20 แต่หากเจ้ายังคงดื้อดึงและกบฏ

เจ้าจะเป็นเหยื่อคมดาบ”

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงลั่นวาจาไว้ดังนั้น

21 ดูเถิด นครที่ซื่อสัตย์

กลับกลายเป็นหญิงแพศยา!

ครั้งหนึ่งเธอเคยเปี่ยมด้วยความยุติธรรม

ความชอบธรรมเคยมีอยู่ในเธอ

แต่บัดนี้มีแต่ฆาตกร!

22 เนื้อเงินของเจ้ากลายเป็นขี้แร่

เหล้าองุ่นอันยอดเยี่ยมบัดนี้เจือน้ำ

23 ผู้นำของเจ้าเป็นกบฏ

เป็นเพื่อนกับขโมย

ทุกคนรักสินบน

ตามล่าของกำนัล

พวกเขาไม่ปกป้องลูกกำพร้าพ่อ

และไม่พิจารณาคดีของหญิงม่าย

24 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

องค์เกรียงไกรแห่งอิสราเอลประกาศว่า

“เราจะระบายโทสะของเราเหนือศัตรู

และแก้แค้นปฏิปักษ์ของเรา

25 เราจะจัดการกับเจ้า

เราเองจะถลุงไล่ขี้แร่ของเจ้าออกไปให้หมดสิ้น

ขจัดมลทินทั้งปวงออกไป

26 เราจะคืนผู้พิพากษาแก่เจ้าเหมือนแต่ก่อน

คืนที่ปรึกษาให้เหมือนเมื่อครั้งแรกเริ่ม

หลังจากนั้นเจ้าจะได้ชื่อว่า

‘นครแห่งความชอบธรรม’

‘นครที่ซื่อสัตย์’ ”

27 ศิโยนจะได้รับการไถ่ด้วยความยุติธรรม

ผู้สำนึกผิดของศิโยนจะได้รับการไถ่ด้วยความชอบธรรม

28 แต่พวกกบฏและคนบาปจะแหลกลาญทั้งคู่

และผู้ที่ละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้าจะพินาศ

29 “เจ้าจะอับอายขายหน้า

เพราะต้นไม้ใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าชื่นชอบ

เจ้าจะอัปยศอดสูเพราะสวนต่างๆ ที่เจ้าเลือก

30 เจ้าจะเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ใบเหี่ยวเฉา

เหมือนสวนที่ขาดน้ำ

31 ชายฉกรรจ์จะกลับกลายเป็นเชื้อไฟ

และกิจการของเขาคือประกายไฟ

ทั้งคู่จะลุกไหม้ไปด้วยกัน

และไม่มีใครดับไฟนั้นได้”

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/1-618197740e8805ed150a3674ff94f53f.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 2

ภูเขาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

1 นี่คือสิ่งที่อิสยาห์บุตรอาโมศเห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม

2 ในบั้นปลาย

ภูเขาที่พระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้าตั้งอยู่

จะได้รับการสถาปนาให้เป็นเอกในหมู่ภูเขาทั้งหลาย

จะได้รับการเชิดชูเหนือบรรดาเนินเขา

และมวลประชาชาติจะหลั่งไหลไปที่นั่น

3 ชนชาติต่างๆ จะมาและกล่าวว่า

“มาเถิด ให้เราขึ้นไปบนภูเขาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ไปยังพระนิเวศของพระเจ้าของยาโคบ

พระองค์จะทรงสอนพระมรรคาของพระองค์แก่เรา

เพื่อเราจะดำเนินในวิถีทางของพระองค์”

บทบัญญัติจะออกมาจากศิโยน

พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะออกมาจากเยรูซาเล็ม

4 พระองค์จะทรงตัดสินความระหว่างประชาชาติทั้งหลาย

และยุติกรณีพิพาทให้ชนชาติทั้งหลาย

พวกเขาจะตีดาบให้เป็นผาลไถนา

และตีหอกให้เป็นขอลิด

ประชาชาติจะเลิกรบราฆ่าฟันกัน

ทั้งจะไม่มีการฝึกรบอีกต่อไป

5 มาเถิดวงศ์วานของยาโคบเอ๋ย

ให้เราเดินในแสงสว่างขององค์พระผู้เป็นเจ้ากันเถิด

วันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า

6 พระองค์ได้ทรงทอดทิ้งพงศ์พันธุ์ยาโคบ

ซึ่งเป็นประชากรของพระองค์

พวกเขาเล่นไสยศาสตร์จากตะวันออก

มีหมอดู คนทรงเหมือนชาวฟีลิสเตีย

และสนิทสนมกับผู้ที่ไม่นับถือพระเจ้า

7 ดินแดนของเขามีเงินและทองเต็มไปหมด

มีทรัพย์สมบัตินับไม่ถ้วน

ดินแดนของเขามีม้าเต็มไปหมด

มีรถม้าศึกนับไม่ถ้วน

8 ดินแดนของเขามีรูปเคารพเต็มไปหมด

เขาหมอบกราบสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น

สิ่งที่ทำขึ้นด้วยน้ำมือของตน

9 ดังนั้นมนุษย์จะถูกทำให้ตกต่ำลง

มนุษยชาติถูกทำให้ต่ำต้อย

อย่าอภัยให้เขาเลย

10 จงคลานเข้าไปในซอกหิน

และมุดลงไปในดิน

ให้พ้นจากความน่าสะพรึงกลัวขององค์พระผู้เป็นเจ้า

และจากความรุ่งโรจน์แห่งพระบารมีของพระองค์

11 นัยน์ตาหยิ่งผยองจะถูกปราบลง

ความโอ้อวดทะนงตัวของมนุษย์จะถูกกดลง

ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงผู้เดียวจะเป็นที่เทิดทูน

12 พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ทรงเตรียมวันนั้นไว้

สำหรับบรรดาคนเย่อหยิ่งและทะนงตน

สำหรับทุกสิ่งอันเป็นที่ยกย่องเทิดทูน

(และสิ่งเหล่านั้นจะต้องตกต่ำลง)

13 สำหรับมวลสนซีดาร์แห่งเลบานอนอันสูงตระหง่าน

สำหรับบรรดาต้นไม้ใหญ่แห่งบาชาน

14 สำหรับภูเขาซึ่งสูงเสียดฟ้า

และเนินเขาสูงทั้งปวง

15 สำหรับหอคอยสูงตระหง่านทุกที่

สำหรับปราการอันแข็งแกร่งทุกแห่ง

16 สำหรับเรือวาณิชทุกลำ

และเรือที่งามสง่าทั้งผอง

17 ความหยิ่งผยองของมนุษย์จะตกต่ำลง

ความโอ้อวดทรนงของมนุษย์จะถูกปราบ

ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงผู้เดียวจะเป็นที่เทิดทูน

18 และรูปเคารพจะสูญสิ้นไป

19 คนทั้งหลายจะหนีเข้าไปซ่อนตัวตามถ้ำ

ตามซอกหินและในหลุม

ให้พ้นจากความน่าสะพรึงกลัวขององค์พระผู้เป็นเจ้า

และจากความรุ่งโรจน์แห่งพระบารมีของพระองค์

เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นมาเขย่าโลก

20 ในวันนั้นมนุษย์จะโยน

รูปเคารพเงินและทอง

ซึ่งตนสร้างขึ้นเพื่อนมัสการนั้น

ให้แก่หนูและค้างคาว

21 เขาจะหนีเข้าไปในอุโมงค์และซอกผา

ให้พ้นจากความน่าสะพรึงกลัวขององค์พระผู้เป็นเจ้า

และจากความรุ่งโรจน์แห่งพระบารมีของพระองค์

เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นมาเขย่าโลก

22 จงเลิกวางใจมนุษย์

ซึ่งมีแต่เพียงลมปราณ

เขาจะช่วยอะไรใครได้?

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/2-3cfbada594d5f9d96cfb208bd7dc4e31.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 3

การพิพากษาเหนือเยรูซาเล็มและยูดาห์

1 ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

กำลังจะตัดแหล่งน้ำ แหล่งเสบียง

ตัดขุมกำลังของเยรูซาเล็มและยูดาห์

2 จะตัดวีรบุรุษและนักรบ

ตุลาการและผู้เผยพระวจนะ

ผู้ทำนายและผู้อาวุโส

3 นายทหารและขุนนาง

ที่ปรึกษา ช่างฝีมือ และผู้วิเศษ

4 เราจะตั้งเด็กๆ เป็นเจ้านาย

ให้เด็กอมมือเป็นผู้ปกครองพวกเขา

5 ประชาชนจะข่มเหงกันเอง

คนจะต่อสู้กัน เพื่อนบ้านต่อสู้เพื่อนบ้าน

เยาวชนจะลุกฮือขึ้นสู้ผู้อาวุโส

คนถ่อยจะต่อสู้ผู้ทรงเกียรติ

6 คนหนึ่งจะจับตัวพี่น้องของเขา

ที่บ้านบิดาของตนและกล่าวว่า

“ท่านมีเสื้อคลุม ขอท่านมาเป็นผู้นำของเรา

มาดูแลกองปรักหักพังนี้!”

7 แต่ในวันนั้นคนนั้นจะร้องว่า

“ข้าพเจ้าช่วยอะไรไม่ได้

ในบ้านของข้าพเจ้าไม่มีอาหารหรือเสื้อผ้า

อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำประชาชนเลย”

8 เยรูซาเล็มโซซัดโซเซ

ยูดาห์ล้มลง

วาจาและความประพฤติของเขาต่อต้านองค์พระผู้เป็นเจ้า

ลบหลู่ดูหมิ่นต่อพระพักตร์อันทรงเกียรติสิริของพระองค์

9 สีหน้าของเขาฟ้องตัวเอง

พวกเขาอวดบาปของตนเหมือนโสโดม

ไม่ยับยั้งปิดบัง

วิบัติแก่เขา!

เขานำภัยพิบัติมาสู่ตนเอง

10 จงบอกคนชอบธรรมว่าเขาจะอยู่เย็นเป็นสุข

เพราะเขาจะได้ชื่นชมกับผลจากการกระทำของตน

11 วิบัติแก่คนชั่วร้าย! หายนะตกแก่เขา!

เขาจะได้รับโทษสาสมกับสิ่งที่มือของเขาได้ทำ

12 เด็กๆ ข่มเหงรังแกประชากรของเรา

ผู้หญิงปกครองพวกเขา

ประชากรของเราเอ๋ย ผู้นำทางของเจ้าพาเจ้าหลงผิด

พวกเขาทำให้เจ้าออกนอกลู่นอกทาง

13 องค์พระผู้เป็นเจ้าประทับเหนือบัลลังก์ในศาล

พระองค์ทรงลุกขึ้นพิพากษาประชากร

14 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพิพากษาบรรดาผู้อาวุโสและผู้นำประชากร

ตรัสว่า “พวกเจ้านี่แหละทำลายสวนองุ่นของเรา

ทรัพย์สินที่ปล้นมาจากคนยากไร้อยู่ในบ้านของเจ้า

15 เจ้าถือดีอย่างไรจึงบังอาจกดขี่ประชากรของเรา

และบดขยี้ใบหน้าของผู้ยากไร้?”

องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ประกาศดังนี้

16 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า

“หญิงชาวศิโยน หยิ่งผยอง

เดินชูคอ

ทำตาชม้อยชม้าย

ท่าทางนวยนาด

กำไลข้อเท้าส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง

17 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้ศีรษะของหญิงชาวศิโยนเป็นชันนะตุ

องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้พวกนางศีรษะล้าน”

18 ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงฉวยเครื่องประดับอันวิจิตรงดงามของพวกนางไป คือกำไล เครื่องประดับศีรษะ สร้อยคอรูปวงเดือน

19 ตุ้มหู สร้อยข้อมือ และผ้าคลุมหน้า

20 ชุดประดับเรือนผม กำไลข้อเท้า ผ้าคาดเอว ขวดน้ำอบ และเครื่องราง

21 แหวนตรากับห่วงจมูก

22 ชุดออกงาน เสื้อกั๊ก เสื้อคลุม กระเป๋าถือ

23 กระจก เสื้อผ้าลินิน รัดเกล้า และผ้าคลุมไหล่

24 กลิ่นเหม็นคลุ้งจะมาแทนกลิ่นหอมกรุ่น

เชือกจะมาแทนผ้าคาดเอว

หัวล้านจะแทนทรงผมที่ตกแต่งอย่างดี

ชุดผ้ากระสอบจะมาแทนเสื้อผ้าอย่างดี

ความขายหน้าจะมาแทนความงดงาม

25 พวกผู้ชายจะล้มลงด้วยคมดาบ

พวกนักรบจะตายในสงคราม

26 ประตูต่างๆ ของศิโยนจะร่ำไห้คร่ำครวญ

นางจะสิ้นเนื้อประดาตัวนั่งอยู่ที่พื้น

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/3-e41e42a455d34b800aef8b04a207e617.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 4

1 ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยื้อยุดชายคนเดียว

และกล่าวว่า

“เราจะหาอาหารกินเอง

และจัดหาเสื้อผ้าสำหรับตัวเราเอง

ขอเพียงแต่ให้เราใช้นามสกุลของท่าน

ช่วยลบล้างความอัปยศให้เราด้วยเถิด!”

กิ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า

2 ในวันนั้นกิ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะงดงามและเปี่ยมด้วยราศี ผลแห่งดินแดนนั้นจะเป็นเกียรติสิริและความภาคภูมิใจของชาวอิสราเอลที่เหลือ

3 เขาจะเรียกบรรดาคนที่เหลืออยู่ในศิโยน คืออยู่ในเยรูซาเล็มว่า วิสุทธิชน คือทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนพลเมืองเยรูซาเล็ม

4 องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงชำระล้างมลทินของพวกผู้หญิงศิโยน จะทรงชำระคราบโลหิตจากเยรูซาเล็มโดยวิญญาณแห่งไฟและการพิพากษา

5 จากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงสร้างกลุ่มเมฆควันในยามกลางวัน และเปลวไฟลุกโชติช่วงในยามกลางคืนเหนือภูเขาศิโยนและเหนือบรรดาผู้ที่ชุมนุมกันอยู่ที่นั่น เหนือสิ่งทั้งหมดเหล่านั้นคือพระเกียรติสิริของพระเจ้าจะเป็นเพดานฟ้า

6 เป็นร่มเงากำบังความร้อนระอุในยามกลางวันและเป็นที่ปกป้องและที่พักพิงจากพายุและฝน

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/4-731b02a354561ffc46a00b8bff45fb7e.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 5

บทเพลงสวนองุ่น

1 ข้าพเจ้าจะขับร้องบทเพลงแด่ผู้ที่เป็นที่รักของ

ข้าพเจ้า เกี่ยวกับสวนองุ่นของเขา

ที่รักของข้าพเจ้ามีสวนองุ่นแปลงหนึ่งบนไหล่

เขาอันอุดมสมบูรณ์

2 เขาไถที่และกำจัดกรวดหิน

และปลูกองุ่นพันธุ์เยี่ยม

เขาสร้างหอยาม

และสกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ด้วย

จากนั้นเขารอเก็บผลองุ่นชั้นดี

แต่กลับได้องุ่นเปรี้ยว

3 “โอ ชาวเยรูซาเล็มและชาวยูดาห์

จงตัดสินความระหว่างเรากับสวนองุ่นของเรา

4 เราจะทำอะไรได้อีก

เพื่อสวนองุ่นของเรา?

เราหวังผลองุ่นที่ดี

แต่ทำไมกลับได้แต่องุ่นเปรี้ยว?

5 เราจะบอกให้ว่าเราจะทำอะไรกับสวนองุ่นนั้น

เราจะรื้อรั้วลงและปล่อยให้สวนนั้นถูกทำลาย

เราจะทลายกำแพงลง

และมันจะถูกเหยียบย่ำ

6 เราจะทิ้งให้เริศร้าง

ไม่ลิดกิ่งหรือพรวนดินให้

ปล่อยให้หนามขึ้นรกไปหมด

เราจะสั่งเมฆไม่ให้ส่งฝน

มารดมันอีกต่อไป”

7 สวนองุ่นของพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์คือวงศ์วานอิสราเอล

ชนยูดาห์คือสวนที่ทรงปีติยินดี

พระองค์ทรงหวังให้พวกเขาออกผลเป็นความยุติธรรม แต่กลับเห็นการนองเลือด

ทรงคาดหวังความชอบธรรม แต่กลับได้ยินเสียงโหยไห้ร้องทุกข์

วิบัติและโทษทัณฑ์

8 วิบัติแก่เจ้าผู้ซื้อที่ดิน

จนผู้อื่นไม่มีที่อาศัย

บ้านของเจ้าสร้างบนที่ดินผืนใหญ่

จนเจ้าสามารถอยู่ตามลำพังในดินแดนนั้น

9 ข้าพเจ้าได้ยินพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ประกาศว่า

“บ้านใหญ่ๆ จะเริศร้างอย่างแน่นอน

คฤหาสน์งดงามก็จะไร้ผู้อยู่อาศัย

10 สวนองุ่นสิบๆ แอกจะผลิตเหล้าองุ่นได้เพียงบัทเดียว

เมล็ดพืชหนึ่งโฮเมอร์จะให้ผลเพียงเอฟาห์เดียว”

11 วิบัติแก่บรรดาผู้ที่ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่

เพื่อไปดื่มสุราเฉื่อยแฉะและเมาหยำเปจนดึกดื่น

12 ในงานเลี้ยง เขาจัดให้มีพิณใหญ่และพิณเขาคู่

รำมะนา ขลุ่ย และเหล้าองุ่น

แต่ไม่ไยดีสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำ

ไม่เคารพนับถือพระราชกิจของพระองค์

13 ฉะนั้นประชากรของเราจะตกเป็นเชลย

เพราะขาดความเข้าใจ

พวกเจ้าใหญ่นายโตจะตายเพราะความหิวโหย

ส่วนมวลชนก็แห้งระโหยเพราะความกระหาย

14 หลุมฝังศพจึงเพิ่มความอยากของมัน

และอ้าปากกว้าง

กลืนกินทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย

พร้อมทั้งคนที่ทะเลาะวิวาทและที่สนุกสนานเฮฮา

15 มนุษย์จึงถูกทำให้ตกต่ำลง

และมนุษยชาติถูกทำให้ต่ำต้อย

ผู้หยิ่งผยองถูกปราบให้ตกต่ำ

16 แต่พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์จะเป็นที่ยกย่องเทิดทูนเนื่องด้วยความยุติธรรมของพระองค์

และพระเจ้าผู้บริสุทธิ์จะสำแดงพระองค์ว่าบริสุทธิ์โดยความชอบธรรมของพระองค์

17 แล้วแกะจะกินหญ้าอยู่ในทุ่งหญ้าของมันเอง

ลูกแกะจะกินอาหารท่ามกลางซากปรักหักพังของคนร่ำรวย

18 วิบัติแก่ผู้ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมลากดึงบาปและความชั่วร้ายไป

เหมือนใช้เชือกลากดึงเกวียน

19 วิบัติแก่ผู้ที่กล่าวว่า “พระเจ้า เร็วๆ หน่อย

รีบทำการไวๆ เราจะได้เห็น มาเร็วๆ เถิด

ขอให้แผนการขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลมาถึง

เราจะได้รู้”

20 วิบัติแก่ผู้ที่เรียกชั่วว่าดี

เรียกดีว่าชั่ว

เรียกมืดว่าสว่าง ที่สว่างกลับว่ามืด

เรียกขมว่าหวาน ที่หวานกลับว่าขม

21 วิบัติแก่ผู้ที่ทึกทักว่าตนเองฉลาด

และหลักแหลมในสายตาของตนเอง

22 วิบัติแก่ผู้ที่อวดเก่งในเรื่องดื่มสุรา

และเป็นผู้ชนะเลิศในการผสมเหล้า

23 ผู้ปล่อยตัวคนทำผิดเพื่อสินบน

และไม่ยอมให้ความยุติธรรมแก่ผู้บริสุทธิ์

24 ดังนั้นรากของพวกเขาจะเน่าเปื่อย

และดอกของเขาจะปลิวไปเหมือนธุลี

เหมือนเปลวไฟเผาฟาง

เหมือนหญ้าแห้งลุกมอดไปในไฟ

เพราะเขาละทิ้งบทบัญญัติของพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

และลบหลู่พระวจนะขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล

25 ฉะนั้นพระพิโรธขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเผาผลาญประชากรของพระองค์

พระหัตถ์ของพระองค์เงื้อขึ้นและฟาดพวกเขา

ภูเขาทั้งหลายสะเทือนสะท้าน

ซากศพเหมือนกองขยะกลางถนน

ถึงขนาดนี้แล้วพระพิโรธของพระเจ้าก็ยังไม่หันเห

พระองค์ยังคงเงื้อพระหัตถ์ค้างอยู่

26 พระองค์ทรงชูธงให้สัญญาณแก่ประชาชาติไกลโพ้นทั้งหลาย

ทรงผิวพระโอษฐ์เรียกบรรดาผู้ที่อยู่สุดปลายแผ่นดินโลก

พวกเขาโลดแล่นมาอย่างรวดเร็ว!

27 ไม่มีสักคนที่อ่อนล้าหรือสะดุดล้ม

ไม่มีที่ซึมเซาหรือหลับใหล

เขาคาดเข็มขัดทะมัดทะแมง

สายรัดรองเท้าไม่ขาดสักเส้นเดียว

28 ลูกศรของเขาคมกริบ

คันธนูของเขาโก่งไว้

กีบม้าของเขาเหมือนหินเหล็กไฟ

ล้อรถรบของเขาเหมือนพายุหมุน

29 เสียงคำรามของเขาเหมือนราชสีห์

พวกเขาคำรามเหมือนสิงห์หนุ่ม

เขาส่งเสียงร้องขณะตะครุบเหยื่อ

และลากทึ้งไปโดยไม่มีใครช่วย

30 ในวันนั้นพวกเขาจะคำรามเข้าใส่เหยื่อ

เหมือนเสียงทะเลคำรน

และเมื่อใครมองดูดินแดนนั้น

จะเห็นความมืดและความทุกข์โศก

แม้แต่แสงสว่างก็ถูกเมฆบดบังจนมืดมิด

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/5-c2272ed1e7fafc66d63f4146a0957b1d.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 6

พระเจ้าทรงมอบหมายหน้าที่ให้อิสยาห์

1 ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับบนบัลลังก์อันสูงส่งและเป็นที่เทิดทูน ชายฉลองพระองค์ปกคลุมทั่วพระวิหาร

2 เหนือพระองค์มีเสราฟิม แต่ละตนมีหกปีก สองปีกปกหน้า สองปีกปกเท้าและอีกสองปีกบินไปมา

3 ต่างร้องขานรับต่อๆ กันว่า

“บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

ทั่วโลกเต็มไปด้วยพระเกียรติสิริของพระองค์”

4 เสียงทูตสวรรค์เหล่านี้ทำให้เสาประตูและธรณีประตูสั่นสะเทือน มีควันปกคลุมทั่วพระวิหาร

5 ข้าพเจ้าจึงร้องว่า “วิบัติแก่ข้าพเจ้า! ข้าพเจ้าพินาศแล้ว! เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่ริมฝีปากไม่สะอาด และใช้ชีวิตในหมู่ชนชาติที่มีริมฝีปากไม่สะอาด และตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์กษัตริย์คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์”

6 แล้วเสราฟิมตนหนึ่งบินมาหาข้าพเจ้า มีถ่านลุกโชนซึ่งใช้คีมคีบมาจากแท่นบูชาอยู่ในมือ

7 ทูตสวรรค์นั้นใช้ถ่านแตะริมฝีปากข้าพเจ้า และกล่าวว่า “ดูเถิด ถ่านนี้แตะริมฝีปากของเจ้าแล้ว ความผิดของเจ้าถูกลบไป และบาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”

8 แล้วข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะส่งผู้ใดไป? และใครจะไปเพื่อเรา?”

ข้าพเจ้ากราบทูลว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ขอทรงส่งข้าพระองค์ไปเถิด!”

9 พระองค์ตรัสว่า “จงไปบอกชนชาตินี้ว่า

“‘จงฟังแล้วฟังเล่าแต่จะไม่มีวันเข้าใจ

ดูแล้วดูเล่าแต่จะไม่มีวันเห็น’

10 จงทำให้จิตใจของชนชาตินี้ดื้อด้านไป

ทำให้หูของพวกเขาตึง

และปิดตาของพวกเขาเสีย

มิฉะนั้นแล้วพวกเขาจะได้เห็นกับตา

ได้ยินกับหู

เข้าใจด้วยจิตใจ

และหันกลับมาและได้รับการรักษาให้หาย”

11 ข้าพเจ้ากราบทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า จะอีกนานเพียงไร?”

พระองค์ตรัสตอบว่า

“จนกระทั่งนครต่างๆ อยู่ในสภาพปรักหักพัง

ไม่มีคนอยู่อาศัย

จนกระทั่งบ้านเรือนถูกทิ้งร้าง

ท้องทุ่งถูกเหยียบย่ำทำลาย

12 ตราบจนองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งทุกคนไปยังแดนไกลโพ้น

และแผ่นดินถูกทิ้งร้างหมดสิ้น

13 และแม้จะเหลือคนหนึ่งในสิบอยู่ในดินแดนนั้น

มันก็ยังเริศร้าง

แต่เช่นเดียวกับต้นเทเรบินธ์และต้นโอ๊ก

เมื่อถูกโค่นยังเหลือตอฉันใด

ตอในดินแดนนั้นจะเป็นเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ที่จะงอกขึ้นอีกครั้งฉันนั้น”

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/6-34c268864ef08fe00e5bca23ff70b344.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 7

หมายสำคัญของอิมมานูเอล

1 ในรัชกาลกษัตริย์อาหัสแห่งยูดาห์ โอรสของโยธามซึ่งเป็นโอรสของอุสซียาห์ กษัตริย์เรซีนแห่งอารัม และกษัตริย์เปคาห์แห่งอิสราเอล โอรสของเรมาลิยาห์ กรีธาทัพมาโจมตีเยรูซาเล็ม แต่ยึดเมืองไม่ได้

2 เมื่อข่าวมาถึงราชวงศ์ของดาวิดว่า “อารัมร่วมเป็นพันธมิตรกับเอฟราอิม” ทั้งจิตใจของอาหัสและราษฎรก็หวาดหวั่นเหมือนต้นไม้ในป่าสั่นสะท้านกลางพายุ

3 แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับอิสยาห์ว่า “เจ้ากับเชอารยาชูบบุตรของเจ้า จงออกไปพบอาหัสที่ปลายท่อน้ำของอ่างเก็บน้ำด้านบน ในทางที่จะไปลานซักฟอก

4 จงกล่าวกับเขาว่า ‘ให้ระวัง นิ่งสงบ อย่ากลัวเลย อย่าเสียขวัญเพราะดุ้นฟืนที่กำลังจะมอดทั้งสองนี้ คือความเกรี้ยวกราดของกษัตริย์เรซีนแห่งอารัมและของบุตรเรมาลิยาห์

5 อารัม เอฟราอิม และบุตรของเรมาลิยาห์คบคิดกันทำลายล้างเจ้า และพูดกันว่า

6 “ให้เราบุกยูดาห์ ยึดดินแดนมาแบ่งกัน และตั้งบุตรของทาเบเอลขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองที่นี่”

7 แต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสว่า

“‘จะไม่เป็นไปเช่นนั้น

จะไม่เกิดขึ้น

8 เพราะหัวของอารัมคือดามัสกัส

และหัวของดามัสกัสคือเรซีนเท่านั้น

เอฟราอิมก็เช่นกัน ภายในหกสิบห้าปี

จะถูกบดขยี้ไม่เหลือเป็นชนชาติ

9 หัวของเอฟราอิมคือสะมาเรีย

และหัวของสะมาเรียก็เป็นแค่บุตรของเรมาลิยาห์

หากเจ้าไม่ตั้งมั่นในความเชื่อ

เจ้าก็ไม่อาจยืนอยู่ได้เลย’ ”

10 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับอาหัสอีกครั้งว่า

11 “จงขอหมายสำคัญจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ไม่ว่าจะในที่ลึกที่สุดหรือในที่สูงที่สุดก็ได้”

12 แต่อาหัสตรัสว่า “เราจะไม่ทูลขอ เราจะไม่ทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า”

13 แล้วอิสยาห์กล่าวว่า “เจ้าผู้เป็นวงศ์วานของดาวิด จงฟังเถิด! ท่านยั่วความอดทนของมนุษย์ยังไม่พอหรือ? ท่านจะพยายามยั่วความอดกลั้นพระทัยของพระเจ้าด้วยหรือ?

14 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะประทานหมายสำคัญแก่ท่านคือหญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย และจะเรียกบุตรนั้นว่าอิมมานูเอล

15 เมื่อเขาโตพอที่จะกินนมข้นและน้ำผึ้ง เมื่อนั้นเขาจะรู้จักทิ้งสิ่งที่ผิดและเลือกสิ่งที่ถูก

16 แต่ก่อนที่เด็กนั้นจะรู้ความ ดินแดนของกษัตริย์สององค์ที่ท่านกลัวนั้นจะถูกทิ้งร้าง

17 องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงนำกษัตริย์อัสซีเรียมายังท่านและมายังเหล่าประชากรและวงศ์วานบิดาของท่านในช่วงเวลาที่ไม่มีเวลาใดเหมือน นับตั้งแต่เอฟราอิมแยกไปจากยูดาห์”

18 ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงผิวพระโอษฐ์เรียกฝูงเหลือบจากธารน้ำไกลโพ้นของอียิปต์และฝูงผึ้งจากดินแดนอัสซีเรียมา

19 พวกมันจะมารวมตัวกันอยู่ที่ห้วยลึกและในโพรงหิน เหนือพุ่มหนามและที่ตาน้ำทุกแห่ง

20 ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงใช้ใบมีดโกนนี้ คือกษัตริย์อัสซีเรียซึ่งท่านจ้างมาจากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำยูเฟรติสเพื่อโกนผม ขนหน้าแข้ง และหนวดเคราของท่าน

21 ในวันนั้นชายคนหนึ่งจะเลี้ยงวัวสาวหนึ่งตัวกับแพะสองตัวไว้

22 เขาจะมีนมข้นกินเพราะมันให้น้ำนมมาก คนทั้งปวงที่เหลืออยู่ในดินแดนนั้นจะกินนมข้นและน้ำผึ้ง

23 ในวันนั้นทุกแห่งที่มีต้นองุ่นพันต้นซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินหนักพันเชเขลจะมีแต่พงหนาม

24 คนจะถือคันธนูและลูกธนูไปที่นั่น เพราะทั้งดินแดนจะมีหนามปกคลุม

25 เนินเขาต่างๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้จอบเสียมขุดพรวนดินเพื่อเพาะปลูก จะไม่มีใครกล้าไปที่นั่นเพราะกลัวหนาม จะกลายเป็นที่ปล่อยฝูงวัวและเป็นที่ให้แกะย่ำไปมา

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/7-89ca83820ac7224a87e08da8ee5d0818.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 8

อัสซีเรียเป็นเครื่องมือขององค์พระผู้เป็นเจ้า

1 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงเอาหนังสือม้วนแผ่นใหญ่มาและใช้ปากกาเขียนลงไปว่า ‘มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส’

2 และเราจะเรียกปุโรหิตอุรียาห์กับเศคาริยาห์บุตรเยเบเรคิยาห์ให้เป็นพยานที่เชื่อถือได้ของเรา”

3 แล้วข้าพเจ้าก็เข้าหาผู้เผยพระวจนะหญิง นางจึงตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงตั้งชื่อเขาว่ามาเฮอร์ชาลาลหัชบัส

4 ก่อนที่เด็กคนนั้นจะรู้จักเรียก ‘พ่อ’ หรือ ‘แม่’ กษัตริย์อัสซีเรียจะริบทรัพย์สมบัติของดามัสกัสและสะมาเรียไป”

5 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า

6 “เนื่องจากชนชาตินี้ได้ปฏิเสธ

น้ำแห่งชิโลอาห์ซึ่งไหลเอื่อยๆ

ไปชื่นชมเรซีน

และบุตรของเรมาลิยาห์

7 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะใช้กระแสน้ำอันหลากเชี่ยวของยูเฟรติส

มาท่วมมิดพวกเขา

คือกษัตริย์อัสซีเรียกับกองทัพมหึมา

กระแสน้ำนั้นจะท่วมมิดทุกช่องทาง

และล้นทุกตลิ่ง

8 และกวาดเข้ามาในยูดาห์

ไหลวนเหนือดินแดนนั้น ไหลหลากท่วมถึงคอ

โอ อิมมานูเอลเอ๋ย!

ท่วมมิดยูดาห์จนสุดเขตแดน”

9 ประชาชาติทั้งหลายเอ๋ย โห่ร้องออกศึกไปเถิด และจงถูกบดขยี้!

ดินแดนไกลโพ้นทั้งปวง จงฟัง

เตรียมทำศึกเถิด และจงถูกบดขยี้!

เตรียมทำศึกเถิด และจงถูกบดขยี้!

10 วางแผนกลยุทธ์ไปเถิด แต่มันจะกลับตาลปัตร

ดำเนินตามแผนเถิด แต่จะไปไม่รอด

เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเรา

จงยำเกรงพระเจ้า

11 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเตือนข้าพเจ้าอย่างเข้มงวดไม่ให้ดำเนินตามวิถีทางของชนชาตินี้พระองค์ตรัสว่า

12 “ทุกสิ่งที่ชนชาติเหล่านี้เรียกว่าการคบคิดทรยศ

เจ้าอย่าเรียกว่าการคบคิดทรยศ

อย่ากลัวสิ่งที่พวกเขากลัว

อย่าหวาดหวั่น

13 พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์คือผู้ที่เจ้าจะต้องถือว่าบริสุทธิ์

พระองค์คือผู้ที่เจ้าจะต้องยำเกรง

พระองค์คือผู้ที่เจ้าจะต้องขยาดกลัว

14 พระองค์จะทรงเป็นสถานนมัสการ

แต่สำหรับวงศ์วานทั้งคู่ของอิสราเอล

พระองค์จะทรงเป็นก้อนหินซึ่งทำให้ผู้คนสะดุด

และเป็นศิลาที่ทำให้พวกเขาล้มลง

และพระองค์จะเป็นกับดัก

และเป็นบ่วงแร้วสำหรับชาวเยรูซาเล็ม

15 พวกเขาหลายคนจะสะดุด

พวกเขาจะล้มลงและแตกสลาย

พวกเขาจะติดกับและถูกจับไป”

16 จงมัดคำพยานเข้าไว้ด้วยกัน

และประทับตราบทบัญญัติในหมู่สาวกของข้าพเจ้า

17 ข้าพเจ้าจะรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า

ผู้ทรงซ่อนพระพักตร์จากวงศ์วานของยาโคบ

ข้าพเจ้าจะไว้วางใจในพระองค์

18 ข้าพเจ้าและบุตรทั้งหลายที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว เราคือหมายสำคัญและสัญลักษณ์ในอิสราเอลจากพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ผู้ประทับบนภูเขาศิโยน

19 เมื่อคนบอกให้ท่านไปปรึกษาคนทรงเจ้าเข้าผีซึ่งกระซิบกระซาบบ่นพึมพำ ประชาชาติไม่ควรทูลถามพระเจ้าของตนหรือ? เหตุใดไปหารือกับคนตายเพื่อคนเป็น?

20 จงไปค้นดูบทบัญญัติและคำพยาน! หากพวกเขาไม่ได้พูดตามนี้ พวกเขาก็ไม่ได้มีแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณอยู่เลย

21 พวกเขาจะซัดเซพเนจรไปอย่างทุกข์ลำเค็ญและหิวโหย เมื่อกันดารอาหารเขาจะเดือดดาลคลุ้มคลั่ง เงยหน้าขึ้นฟ้า แช่งด่ากษัตริย์และพระเจ้าของตน

22 แล้วพวกเขาจะมองไปยังแผ่นดินโลก และพบแต่ความทุกข์ลำเค็ญ ความมืดมน ความกลัดกลุ้ม และเขาจะถูกผลักเข้าสู่ความมืดมิด

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/8-034f1c51017033f83413a678e2f4afe3.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 9

เด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา

1 อย่างไรก็ตามผู้ทุกข์ลำเค็ญจะไม่เศร้าหมองอีกต่อไป ในอดีตพระเจ้าทรงทำให้ดินแดนเศบูลุนและนัฟทาลีต่ำลง แต่ในอนาคตพระองค์จะทรงเชิดชูกาลิลีที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ ซึ่งรวมทั้งเมืองริมทะเลเลียบแม่น้ำจอร์แดน

2 ประชากรผู้เดินอยู่ในความมืด

ได้เห็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่

บรรดาผู้อาศัยในดินแดนแห่งเงาของความตาย

แสงสว่างเริ่มสาดต้องพวกเขาแล้ว

3 พระเจ้าทรงขยายชนชาตินั้น

และเพิ่มพูนความปีติยินดีของพวกเขา

พวกเขาชื่นชมยินดีต่อหน้าพระองค์

เหมือนคนเริงรื่นชื่นบานยามเก็บเกี่ยว

หรือยามแบ่งสมบัติที่ริบได้จากเชลย

4 เหมือนอย่างวันแห่งชัยชนะเหนือมีเดียน

พระองค์จะทรงทำลาย

แอกที่เป็นภาระของประชากรของพระองค์

คานที่พวกเขาต้องแบกหาม

และไม้ตะบองของผู้ที่กดขี่ข่มเหงเขา

5 รองเท้าทุกคู่ของนักรบซึ่งใช้ในสงคราม

และเสื้อผ้าทั้งหมดของพวกเขาที่โชกเลือด

จะถูกเผาไฟ

และใช้เป็นเชื้อเพลิง

6 ด้วยว่ามีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา

มีบุตรชายคนหนึ่งที่ประทานแก่เรา

และการปกครองจะอยู่บนบ่าของเขา

และเขาจะได้รับการขนานนามว่า

“ที่ปรึกษามหัศจรรย์พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์

พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”

7 การปกครองอย่างสันติของบุคคลนั้น

จะรุ่งเรืองขึ้นไม่สิ้นสุด

พระองค์จะทรงครอบครองเหนือบัลลังก์

และอาณาจักรของดาวิด

ทรงสถาปนาและผดุงอาณาจักรนั้นไว้

ด้วยความยุติธรรมและความชอบธรรม

ตั้งแต่เวลานั้นตราบนิรันดร์

พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ทรงกระตือรือร้น

ที่จะกระทำการนี้ให้สำเร็จ

องค์พระผู้เป็นเจ้า

8 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีพระดำรัสเป็นคำพิพากษาเกี่ยวกับอิสราเอล

พงศ์พันธุ์ของยาโคบว่า

9 ประชากรทั้งปวงจะรู้ถึงคำพิพากษา

คือเอฟราอิมและชาวสะมาเรียทั้งหลาย

ซึ่งกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

และด้วยใจอหังการว่า

10 “อิฐทลายลงแล้วก็จริง

แต่เราจะสร้างขึ้นใหม่ด้วยหินสกัด

ต้นมะเดื่อทั้งหลายถูกโค่นลงไปแล้ว

แต่เราจะแทนที่ด้วยไม้สนซีดาร์”

11 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเสริมกำลังศัตรูของ

เรซีนขึ้นมาสู้กับพวกเขา

และทรงกระตุ้นศัตรูของพวกเขา

12 ชาวอารัมจากตะวันออก และชาวฟีลิสเตียจากตะวันตก

อ้าปากกว้างกลืนอิสราเอลเสีย

ถึงขนาดนี้แล้วพระพิโรธของพระเจ้าก็ยังไม่หันเห

พระองค์ยังคงเงื้อพระหัตถ์ค้างอยู่

13 แต่เหล่าประชากรก็ยังไม่ยอมหันกลับมาหาพระองค์ผู้ทรงลงโทษพวกเขา

ทั้งไม่ยอมแสวงหาพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

14 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตัดทั้งหัวและหางจากอิสราเอล

ทั้งกิ่งอินทผลัมและต้นอ้อภายในวันเดียว

15 หัวคือผู้อาวุโสและคนใหญ่คนโต

หางคือผู้เผยพระวจนะซึ่งสอนเท็จ

16 บรรดาผู้นำก็นำไปผิดทาง

และบรรดาผู้ตามก็ถูกนำให้หลงเตลิด

17 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงชื่นชอบคนหนุ่ม

ทั้งจะไม่ทรงเอ็นดูสงสารลูกกำพร้าพ่อกับหญิงม่าย

เพราะทุกคนล้วนชั่วช้าอธรรม

ทุกปากพูดชั่ว

ถึงขนาดนี้แล้วพระพิโรธของพระเจ้าก็ยังไม่หันเห

พระองค์ยังคงเงื้อพระหัตถ์ค้างอยู่

18 แน่ทีเดียวความชั่วลุกโพลงดั่งกองไฟ

มันผลาญต้นหนามน้อยใหญ่ทั้งปวง

ทำให้ทั้งป่าลุกไหม้

ส่งควันโขมง

19 พื้นแผ่นดินจะถูกเผาผลาญ

โดยพระพิโรธของพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

ประชากรจะเป็นเชื้อเพลิง

ไม่มีใครละเว้นพี่น้องของตน

20 พวกเขาจะเขมือบทางขวา

แต่ก็ยังหิวโหย

กินไปทางซ้าย

แต่ก็ยังไม่อิ่ม

ต่างก็จะเลี้ยงชีวิตด้วยเนื้อลูกหลานของตนเอง

21 มนัสเสห์และเอฟราอิมจะกัดกินกันเอง

และทั้งสองจะหันมาเล่นงานยูดาห์

ถึงขนาดนี้แล้วพระพิโรธของพระเจ้าก็ยังไม่หันเห

พระองค์ยังคงเงื้อพระหัตถ์ค้างอยู่

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/9-cc6dfb1c4c3a1d7904a3799d6f263384.mp3?version_id=179—

Categories
อิสยาห์

อิสยาห์ 10

1 วิบัติแก่บรรดาผู้ออกบทบัญญัติอันไม่เป็นธรรม

วิบัติแก่ผู้ที่ออกกฎหมายกดขี่ข่มเหง

2 เพื่อริดรอนสิทธิของผู้ยากไร้

และไม่ให้ความยุติธรรมแก่ประชากรผู้ถูกข่มเหงของเรา

ทำให้หญิงม่ายตกเป็นเหยื่อของพวกเขา

และลูกกำพร้าพ่อถูกปล้น

3 พวกเจ้าจะทำอย่างไรในวันลงทัณฑ์

เมื่อภัยพิบัติมาจากแดนไกล?

เจ้าจะหนีไปพึ่งใคร?

เจ้าจะเอาทรัพย์สมบัติไปเก็บไว้ที่ไหน?

4 จะไม่มีอะไรเหลือ นอกจากต้องไปคุดคู้อยู่ในหมู่เชลย

หรือไม่ก็ล้มลงในหมู่คนที่ถูกฆ่าตาย

ถึงขนาดนี้แล้วพระพิโรธของพระเจ้าก็ยังไม่หันเห

พระองค์ยังคงเงื้อพระหัตถ์ค้างอยู่

พระเจ้าพิพากษาอัสซีเรีย

5 “วิบัติแก่ชาวอัสซีเรีย ผู้เป็นไม้เรียวแห่งความโกรธของเรา

ผู้ถือกระบองแห่งความกริ้วของเรา!

6 เราส่งอัสซีเรียไปปราบชนชาติอธรรม

ไปเล่นงานชนชาติที่ยั่วโทสะเรา

ให้ไปปล้นและริบทรัพย์สิน

และเหยียบย่ำเขาดั่งย่ำโคลนในถนน

7 แต่เขาไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น

ไม่ได้คิดตามนั้น

เป้าหมายของเขาคือล้างผลาญ

ทำลายชนชาติต่างๆ ให้ดับสูญ

8 เขากล่าวว่า ‘แม่ทัพของเราล้วนแต่เป็นกษัตริย์ไม่ใช่หรือ?

9 คาลโนไม่ได้เหมือนคารเคมิชหรอกหรือ?

ฮามัทก็เหมือนอารปัดไม่ใช่หรือ?

และสะมาเรียก็เหมือนดามัสกัสไม่ใช่หรือ?

10 เช่นเดียวกับที่เรายึดบรรดาอาณาจักรที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ

อาณาจักรซึ่งมีรูปเคารพมากกว่าของเยรูซาเล็มและสะมาเรีย

11 เราจะไม่จัดการกับเยรูซาเล็มและรูปเคารพต่างๆ

เหมือนที่เราทำกับสะมาเรียและรูปเคารพของพวกเขาหรือ?’”

12 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดการกับภูเขาศิโยนและเยรูซาเล็มเรียบร้อยแล้ว พระองค์จะตรัสว่า “เราจะลงโทษกษัตริย์อัสซีเรียเพราะใจที่เย่อหยิ่งอหังการและท่าทีที่ยโสโอหังของเขา

13 เพราะเขาโอ้อวดว่า

“ ‘เราทำการนี้ด้วยกำลังแห่งน้ำมือของเรา

และด้วยสติปัญญาของเรา เพราะเรามีความเข้าใจ

เรารื้อพรมแดนของประชาชาติต่างๆ

ปล้นทรัพย์สมบัติของเขา

เราปราบบรรดากษัตริย์ของพวกเขาเฉกเช่นผู้พิชิต

14 มือของเราฉกชิงทรัพย์สมบัติของประชาชาติต่างๆ

เหมือนคนเอื้อมไปเก็บรังนก

เรารวบรวมประเทศทั้งปวง

เหมือนคนเก็บไข่ที่ถูกทิ้งไว้

ไม่มีหน้าไหนกล้าขยับปีก

หรือปริปากร้อง’ ”

15 ขวานจะยกตนขึ้นข่มผู้ใช้มันหรือ?

เลื่อยจะอวดเบ่งทับถมผู้เลื่อยหรือ?

เฉกเช่นไม้ตะพดจะแกว่งใส่ผู้ใช้มันหรือ?

หรือไม้กระบองกวัดแกว่งเข้าใส่ผู้ที่ถือมันหรือ?

16 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

จะทรงส่งโรคระบาดมาล้างผลาญเหนือนักรบแข็งแกร่งของเขา

จะมีไฟไหม้ลุกโชติช่วง

ภายใต้ความจองหองพองขนของพวกเขา

17 พระผู้เป็นแสงสว่างแห่งอิสราเอลจะกลายเป็นไฟ

องค์บริสุทธิ์ของพวกเขาจะเป็นเปลวเพลิง

ซึ่งเผาผลาญต้นหนามน้อยใหญ่ของเขา

วอดสิ้นภายในวันเดียว

18 ป่าอันมโหฬารและท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ของเขา

จะถูกทำลายไปสิ้น

เหมือนคนป่วยที่ชีวิตถูกกัดกร่อนไป

19 ต้นไม้ในป่าของเขาจะเหลืออยู่น้อยนิด

ขนาดเด็กก็ยังเขียนตัวเลขจำนวนนั้นได้

ชนหยิบมือที่เหลือของอิสราเอล

20 ในวันนั้นชนหยิบมือที่เหลือของอิสราเอล

คือวงศ์วานของยาโคบซึ่งรอดชีวิต

จะไม่พึ่งผู้นั้นซึ่งปราบพวกตนลง

แต่จะพึ่งพิงพระยาห์เวห์องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลอย่างแท้จริง

21 ชนหยิบมือที่เหลืออยู่จะกลับมา

ชนหยิบมือที่เหลือของยาโคบจะกลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์

22 โอ อิสราเอลเอ๋ย ถึงแม้ประชากรของเจ้าจะมากมายเหมือนทรายชายทะเล

ก็จะมีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่จะกลับมา

หายนะครั้งนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว

อย่างเหลือล้นและชอบธรรม

23 องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์นี่แหละ

จะใช้หายนะซึ่งกำหนดไว้แล้วลงทัณฑ์ดินแดนทั้งหมด

24 ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ตรัสว่า

“ประชากรของเราในศิโยนเอ๋ย

อย่ากลัวชาวอัสซีเรีย

ซึ่งเอาไม้เรียวเฆี่ยนเจ้า

เอาไม้กระบองฟาดเจ้าเหมือนที่อียิปต์ได้ทำ

25 โทสะของเราที่พลุ่งขึ้นต่อเจ้าจะยุติลงในไม่ช้านี้

และความโกรธของเราจะหันไปทำลายล้างพวกเขา”

26 พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์จะใช้แส้ฟาดพวกเขา

เหมือนเมื่อทรงปราบชาวมีเดียนที่ศิลาแห่งโอเรบ

จะทรงยกไม้เท้าขึ้นฟาดแม่น้ำทั้งหลาย

เหมือนที่ทรงกระทำในอียิปต์

27 ในวันนั้นภาระที่พวกเขาวางไว้จะถูกยกออกจากบ่าของพวกเจ้า

แอกของพวกเขาจะพ้นจากคอของพวกเจ้า

แอกนั้นจะถูกหัก

เพราะพวกเจ้าเติบโตขึ้นจนอ้วนพี

28 พวกเขาเข้ามาทางเมืองอัยยาท

ผ่านมิโกรนและสะสมเสบียงและอาวุธที่มิคมาช

29 พวกเขาผ่านด่านมาและพูดกันว่า

“เราจะตั้งค่ายพักแรมที่เกบา”

รามาห์สะทกสะท้าน

กิเบอาห์ของซาอูลเตลิดหนี

30 ร้องออกมาเถิด ธิดาแห่งกัลลิมเอ๋ย!

ไลชาห์เอ๋ย จงฟังเถิด!

อานาโธทที่น่าสงสารเอ๋ย!

31 มัดเมนาห์เตลิดหนี

ชาวเกบิมหลบเข้าที่ซ่อน

32 ในวันนี้พวกเขาจะหยุดอยู่ที่โนบ

จะชูหมัดหราบนภูเขาของธิดาแห่งศิโยน

ที่ภูเขาแห่งเยรูซาเล็ม

33 ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์

จะทรงโค่นกิ่งทั้งหลายด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่

ต้นไม้สูงตระหง่านจะถูกโค่น

ต้นที่สูงผงาดถูกโค่นราบ

34 พระองค์จะทรงใช้ขวานฟันป่าทึบ

เลบานอนจะล้มลงต่อหน้าองค์ทรงฤทธิ์

—https://api-cdn.youversionapi.com/audio-bible-youversionapi/26/32k/ISA/10-98eeb1ab18dc9c4d5e8a64ec2b5d8b17.mp3?version_id=179—